|
|
|
บริษัท ควอลิตี้ เอ๊กซ์เพรส จำกัด (Quality Express Co., Ltd.) ให้บริการด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
บริการนำเที่ยวต่างประเทศ(Outbound tour): เรามีแพคเกจทัวร์และโปรแกรมทัวร์หลากหลายนับร้อยรูปแบบให้ท่านเลือก พร้อมรับจัดกรุ๊ปเหมาแบบดูงาน สัมมนา ประชุม ทัศนศึกษา พักผ่อน ฮันนีมูน ฯลฯ ประเทศที่ท่านสามารถไปกับเรา อาทิ ยุโรป จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก้า เกาหลี ออสเตรเลีย อียิปต์ รัสเซีย พม่า ลาว เวียดนาม เป็นต้น...
บริการนำเที่ยวทั่วไทย(Inbound tour): เรามีแพคเกจทัวร์ จอยทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ทัวร์วันเดียวหลากหลายรูปแบบให้ท่านเลือก ยินดีให้บริการทั้งลูกค้าคนไทยและลูกค้าช่าวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง รัสเซีย หรือประเทศอื่น ๆ
บริการจองตั๋วเครื่องบินทั่วโลก: บริการจองตั๋วเครื่องบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ตั๋วเครื่องบินราคาถูก ออกตั๋วได้ทันที
ข้อมูลท่องเที่ยวทัวร์จีน เที่ยวจีน ทัวร์เฉินตู
|
|
 |
เฉิงตู (Chengdu) |
| |
เป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมิงใจกลางมณฑล ประชากรเมืองเฉิงตูมีราว 10 ล้านคน จัดเป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน ในปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คำว่าเฉิงตูมีความหมายว่า ค่อย ๆ กลายเป็นเมือง เนื่องจากย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีที่แล้ว ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการชลประทานขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปี เมื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คนจึงเริ่มอพยพมาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ชื่อว่า เฉิงตู มีลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบแอ่งกระทะ คือพื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง 4 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ราบ ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป มีพื้นที่โดยรวมกว่า 485,000 ตร.กม.ภูมิประเทศมีลักษณะหลากหลายซับซ้อนมาก ด้านตะวันตกเป็นพื้นที่สูง ด้านตะวันออกลาดลงต่ำ ซึ่งจำแนกออกเป็น4 เขตได้แก่เขตพื้นที่ราบต่ำแอ่งกระทะเสฉวน มีพื้นที่กว้างใหญ่ ติดอันดับ 1ใน4 ของพื้นที่แอ่งกระทะใหญ่ของจีน โดยมีพื้นที่ถึง 170,000 ตร.กม. สูงจากระดับน้ำทะเล 300-700 เมตร โอบล้อมด้วยภูเขาสูง ประกอบด้วยที่ราบต่างๆ โดยมีที่ราบเฉิงตู ซึ่งมีพื้นที่ถึง 6,200 ตร.กม. เป็นส่วนที่ใหญ่สุดในมณฑลเขตพื้นที่ขอบแอ่งกระทะ โดยมากเป็นพื้นที่ราบสูง และส่วนใหญ่เป็นภูเขาระดับกลางถึงต่ำสูง 1,500 - 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งขอบแอ่งกระทะด้านตะวันตกเฉียงใต้ คือ เขาเอ๋อเหมยซัน(ง๊อไบ) และด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คือเขาที่มีชื่อแห่งลัทธิเต๋า เขาชิงเฉิง ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วทั้งคู่ บริเวณนี้มีที่ราบลุ่มไม่มากนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเกษตรของเขตนี้เขตเทือกเขาตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ทางตอนกลางของเขาเหิงต้วนซันซึ่งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและหุบเขา โดยเรียงตัวจากใต้ไปเหนือ ส่วนใหญ่มีความสูงราว 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และที่ราบร่องน้ำอันหนิงซึ่งอยู่ตอนกลางของพื้นที่ จัดว่าเป็นพื้นที่ราบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมณฑล โดยมีพื้นที่ประมาณ 960 ตร.กม.เขตที่ราบสูงตะวันตกเฉียงเหนือ ได้แก่ ส่วนหนึ่งของเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงทิเบตกับเขาเหิงต้วนซัน ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 4,000-4,500 เมตร แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ที่ราบสูงด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งจะลาดต่ำลงจากตะวันตกไปทางตะวันออก กับเขตภูเขาด้านตะวันตก ซึ่งพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจะสูง ด้านตะวันออกเฉียงใต้จะต่ำ ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลเสฉวน และเป็นยอดเขาที่มีชื่อในโลก คือ เขาก้งกา มีความสูง 7,556 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดหลักของเทือกเขาต้าเสวี่ยซันที่อยู่ในบริเวณนี้
|
|
|
|
|
|
|
ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling snow mountain)
เขาซีหลิงอยู่ห่างจากนครเฉิงตู 115 ก.ม. สูงจากระดับน้ำทะเล 2100-2200 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบภูเขาสูง เป็นแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณประเทศจีนตอนใต้และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถกับการเล่นสกีบอร์ด เลื่อนหิมะ มอเตอร์สกี บอลลูน และ เครื่องร่อน
|
|
|
 |
|
|
 |
พระพุทธรูปเล่อซาน(Leshan Giant Buddha)
เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขาเล่อซาน เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ขนาดของพระพุทธรูป มีความสูงกว่า 70 เมตร ไหล่กว้างกว่า 20 เมตรพระเศียรสูงเท่าภูเขา พระบาทวางอยู่ริมแม่น้ำ พระหัตถ์วางบนเข่า พระพักตร์อิ่มเอิบสงบ ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับ เขาเอ๋อเหมย เมื่อปี พ.ศ. 2539 พระพุทธรูปเล่อซานเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง คือคริสต์ศักราช 700 กว่าปีเริ่มต้นโดยมีพระชื่อไห่ทงเดินทางมาถึงเสฉวน และพบว่าเขาเล่อซานตั้งอยู่บนทางผ่านของแม่น้ำสามสาย จึงมักเกิดอุบัติเหตเรือล่มทำให้มีผู้คนเสียชีวิตบ่อยๆ พระไห่ทงจึงตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นตรงจุดนี้เพื่อให้พระคุ้มครองเเก่ผู้เดินทาง ต่อมา มีชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธาใช้ความพยายามและใช้เวลาอีก ๙๐ ปี สร้างพระพุทธรูปองค์นี้จนสำเร็จ พุทธศาสนิกชนจากท้องที่ต่างๆพากันมานมัสการเพื่อความสงบสุขแห่งจิตใจ
|
|
| |
|
|
 |
เขาง้อไบ๊(Mt. Emei)
เขาเอ๋อเหมย หรือ เขาง้อไบ๊ หนึ่งใน 4 พุทธคีรี ของจีน ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตูไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 160 ก.ม.สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3077 เมตร และ สูงกว่าพุทธคีรีอื่นๆ กว่า 1000 เมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม ปี ค.ศ.1996 เขาสูงเอ๋อเหมย เป็นทีตั้งถิ่นฐานของกลุ่มนักพรตลัทธิเต๋ามานานกว่า 10000 ปี จวบจนกระทั่ง ศตวรรษที่ 3 ได้กลายมาเป็นพุทธคีรี โดยได้มีการจัดสร้างองค์โพธิสัตว์ผู่เสียน และภิกษุฮุยฉี ก็ได้สร้างวัดผู่เสียนที่บริเวณตีนเขา ซึ่งก็คือวัดว่านเหนียนในปัจจุบันนั่นเอง ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 9 จักรพรรดิซ้อง ( เจ้ากวนยิน) ได้ให้ภิกษุจียี่เดินทางไปอินเดียเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก ระหว่างทางกลับได้สร้างวัดขึ้นที่เขาง้อไบ๊ และได้แปลพระไตรปิฎก เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา และท่านได้หล่อรูปสำริดองค์ผู่เสียน ขนาด 62 ตัน และ สูง 7.85 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดว่านเหนียน ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงได้มีการบูรณะและเปลี่ยนให้วัดลัทธิเต๋าส่วนใหญ่ในบริเวณเขาง้อไบ๊ เป็นวัดในพุทธศาสนา
|
|
| |
|
|
 |
วัดเจ้าเจี๋ย (Zhaojue Temple)
วัดเจ้าเจี๋ย ตั้งอยู่ทางชานเมืองทางเหนือของนครเฉิงตู เป็นวัดไม้ทั้งหลังแห่งแรกทางตะวันตกของมณฑลเสฉวน มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ทางพุทธศาสนาในจีน ทุกวันนี้ ได้เป็นต้นแบบของวัดต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
|
|
| |
|
|
 |
วัดเหวินซู(Wenshu Monastery)
เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่คงความดั้งเดิมที่สุดในนครเฉิงตู รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางของสมาคมชาวพุทธของมณฑลเสฉวน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เดิมทีเรียกว่า วัดซินเซียง ในปี ค.ศ.1681 ช่วงรัชสมัย จักรพรรดิคังซี แห่งราชวงศ์ชิง (1644-1911) พระอรหันต์ซีตู้ได้เดินทางมาอารามแห่งนี้ และได้สร้างกระท่อมเพื่อบำเพ็ญเพียรตบะจนสิ้นชีวิต ตำนานเล่าว่า ได้ปรากฏรูปของโพธิสัตว์มัญชูศรีในเปลวเพลิงขณะที่ศพท่านถูกเผาเป็นเวลานาน ดังนั้นผู้คนจึงกล่าวขานกันว่าพระอรหันต์ซีตู้คือ พระโพธิสัตว์มัญชูศรีกลับชาติมาเกิด วัดซินเซียงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นอารามเหวินชูนับแต่นั้นมานอกจากความศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานดังกล่าวแล้ว ศิลปะอันล้ำค่า สมัย ราชวงศ์ถังและซ้อง อันรวมถึง ภาพเขียนกว่า 500 ชิ้น งานเขียนลายมือในงานสำคัญๆ ซึ่งถูกเก็บไว้ที่นี่ รวมถึงความร่มรื่นภายในวัด ก็เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยได้เดินทางมาเยี่ยมชม
|
|
| |
|
|
 |
เขื่อนตููู้เจียงเอี้ยน (Dujiangyan Irrigation Project of China)
ภูมิปัญญาอีกประการหนึ่งของชาวจีน ที่สะสมงานด้านก่อสร้างและต่อสู้กับธรรมชาติมากว่า 5,000 ปี ด้วยความพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติให้ได้ โดยเฉพาะการบังคับ “น้ำ” ชาวจีนเชื่อว่า ผู้ใด กำหนดน้ำได้ ผู้นั้นปกครองประเทศได้ ผลงานวิศวกรรมของชาวจีน ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามนั้นตั้งแต่ยุคโบราณ นั่นคือ เขื่อนตูเจียงเอี้ยน ที่เมืองตูเจียงเอี้ยน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1999 ถ้านับอายุแล้ว เขื่อนนี้สร้างมากกว่าสองพันปี ตั้งแต่ยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ แสดงถึงความก้าวหน้าด้านงานโยธาโบราณที่ทดน้ำจากแม่น้ำหมินเจียงเข้าสู่ที่ราบมณฑลเสฉวน ปัจจุบันเขื่อนตูเจียงเอี้ยนยังคงใช้งานได้ดี ดังคำกล่าวที่ว่า “ทางเหนือมีกำแพงยักษ์ ทางใต้มีระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยน 2 สิ่งมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน” ผู้ออกแบบก่อสร้าง คือ ท่านหลีปิง ผู้ปกครองมณฑลเสฉวนขณะนั้น ท่านเจ้าเมืองได้เดินทางไปตรวจดูงานในเมืองเฉินตู
|
|
 |
พบว่าเมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่มักจะเกิดภัยน้ำท่วมอยู่เนืองๆ เพราะแม่น้ำหมินเจียงไหลมาจากจิ่วจ้ายโกวและความใหญ่โตของแม่น้ำแยงซีเกียง ปริมาณน้ำในฤดูน้ำหลาก ไหลบ่าท่วมไร่นาเสียหาย ท่านจึงเกิดความคิดที่จะบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน ด้วยการสร้างเขื่อนแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะตามลักษณะการใช้งานในแนวคิดแบบ “จระเข้ขวางคลอง” คือ ส่วนหัวเขื่อนเปรียบเสมือนปากจระเข้ กลางเขื่อนคือลำตัวจระเข้ และท้ายเขื่อนคือหางจระเข้นั่นเอง เมื่อเกิดแรงปะทะของสายน้ำที่ปากจระเข้ ปากจระเข้จะแบ่งน้ำออกเป็นสองสาย ส่วนหนึ่งระบายน้ำเข้าสู่เมืองเฉินตู อีกส่วนหนึ่งจะไหลออกไปนอกเมือง น้ำที่ไหลเข้าเมืองนี้จะเพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร ส่วนลำตัวและหางจระเข้นั้นมีหน้าที่ระบายดินทรายและหิน ที่มากับสายน้ำให้เหลืออุดตันเขื่อนให้น้อยที่สุด การชมเขื่อนนี้ ต้องเดินบนสะพานแขวนที่ใช้ข้ามแม่น้ำหมินเจียง เพื่อไปนมัสการศาลเจ้าเอ้อหวังเมี่ยว หรือวัดสองกษัตริย์ ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงหลีปิงและ ลูกชาย ผู้คิดริเริ่มระบบชลประทานแห่งแรกของจีน เป็นวัดเก่าแก่ที่ปลูกสร้างบนไหล่เขาซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นแม่น้ำหลินเจียงไหลอยู่ด้านล่าง |
|
| |
|
|
 |
ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์หมีแพนด้า(Chengdu Panda Breeding and Research Center)
เป็นองค์กรที่ไม่มีผลประโยชน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยพันธุ์สัตว์ป่า เพาะพันธุ์ และอนุรักษ์เพื่อการศึกษา และ ทัศนศึกษา ศูนย์วิจัยแพนด้า ตั้งขึ้นในปี 1987 เริ่มจากการช่วยชีวิตแพนด้ายักษ์ 6 ตัว จากป่า มีพื้นที่ ทั้งหมด 106 เฮกเตอร์ และ จะขยายถึง 200 เฮกเตอร์ อยู่ห่างจากเมืองเฉิงตู 10 ก.ม. โดยเลียนแบบถิ่นที่อยู่ของแพนด้าในป่า เพื่ออำนวยต่อการผสมพันธุ์ และเป็นศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าที่ไม่มีอันตราย
|
|
| |
|
|
 |
หุบเขาจิ่วจ้ายโกว
จิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเทือกเขาหมินซาน ห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางเหนือ 450 กิโลเมตร ถือเป็นส่วนหนึ่งของเทศมณฑล Nanping ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลเสฉวน ใกล้เขตแดนของมณฑลกานซู บริเวณหุบเขามีพื้นที่อย่างน้อย 240 ตารางกิโลเมตร ขณะที่องค์กรด้านการอนุรักษ์บางแห่งกำหนดให้มีพื้นที่ 600-700 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่กันชนเพิ่มเข้ามา 400 - 600 ตารางกิโลเมตร ระดับความสูงจะแตกต่างไปตามแต่ละพื้นที่ โดยมีทั้งพื้นที่มีมีความสูง 1,998 - 2,140 เมตร (ที่ปากทางเข้าหุบเขาซูเจิ้ง ไปจนถึง 4,558 - 4,764 เมตร (บนภูเขา Ganzigonggai ที่ส่วนยอดสุดของหุบเขา Zechawa) สภาพอากาศในหุบเขาจัดว่าหนาวเย็น ตลอดปีมีอุณหภูมิเฉลี่ย 7.2 °C เดือนมกราคม -1 °C และเดือนกรกฎาคม 17 °C ปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี 661 มิลลิเมตร โดยเป็นปริมาณระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมราว 80%
|
|
| |
|
|
 |
ชมงิ้วเสฉวน (Sichuan Opera)
เริ่มมีขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์หมิง(1368-1644)และต้นราชวงศ์ชิง (1644-1911) ด้วยกลุ่มผู้อพยพจากน้ำท่วม บทละครที่แตกต่างกัน โดยการผสมผสานภาษาท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม ดนตรีและการเต้นแบบพื้นเมือง การแสดงเปลี่ยนหน้ากาก นับเป็นไฮไลท์ของการแสดง เป็นการนำเสนอหน้ากากซึ่งคนโบราณได้ทำขึ้น เป็นขับไล่สัตว์ป่า งิ้วเสฉวนแสดงให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ทักษะโบราณ และ ความสมบูรณ์แบบสู่งานศิลปะ
|
|
| |
 |
อ้างอิง: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี,www.chengdu.gov.cn,www.travelchinaguide.com |
|
|
|