หน้าแรก qetour | Qetour ควอลิตี้ เอ็กเพรส บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์เที่ยวไทย แพคเกจทัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม รถเช่า หน้าแรก
ติดต่อเรา
บทความ |
ร่วมงานกับเรา |
เกี่ยวกับเรา |
โปรโมชั่นและข่าวสาร |
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน |

ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า

ข้อมูลท่องเที่ยว หงสาวดี

 
   
รถม้าเมืองหงสาวดีประเทศพม่า
 
   
มหาเซดีพยาเมืองหงสาวดีประเทศพม่า
หงสาวดี (Bago)
 

หงสาวดี หรือ พะโค (อ่านออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า หานตาวดี) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bago หรือ Pegu ในอดีตเคยเป็นเป็นเมืองหลวงของชาวมอญมาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าต่อมาพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ยึดครองได้และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอู หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เนื่องจากพระองค์ให้ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ที่ชื่อ กัมโพชธานี ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และเผาทำลายหงสาวดี หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์เดิมทีหงสาวดีถือเป็นศูนย์กลางทางด้านต่างๆอันสำคัญของชาวมอญ ต่อมาพวกพม่าก็ได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือเมืองหงสาวดีในปี พ.ศ.2082 และพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง หลังจากนั้นก็กลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติมอญอีกครั้ง แต่ในปี พ.ศ. 2300 เมืองพะโคหรือหงสาวดีก็ต้องถูกรุกรานทำลายอีกครั้งในสมัยของพระเจ้าอลองพญา ก่อนที่จะถูกพม่ายึดครองได้อย่างเบ็ดเสร็จ
หงสาวดีวันนี้ เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของพม่าที่มีสภาพของตึกรามบ้านเรือนร้านรวงต่างๆไม่แตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นในพม่า โดยในหลายพื้นที่ของเมืองนี้มีรถม้าไว้คอยบริการผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง
นอกจากเมืองหงสาวดีที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว เมืองเล็กๆใกล้เคียงอย่าง " ไจ้โถ่" ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่คนไทยเราผู้ชื่นชอบในธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์และมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวดไม่ความพลาดที่จะเยือนเพื่อนมัสการพระเกศาธาตุซึ่งบรรจุในก้อนหินทองคำที่อยู่อย่างหมิ่นเหม่ที่เราเรียกกันว่า"พระธาตุอินทร์แขวน"นั้นเอง
 

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองหงสาวดีประเทศพม่า
 
   
พระธาตุชเวมอดอว์ เมืองหงสาวดีประเทศพม่า
พระธาตุชเวมอดอว์ (Shwemawdaw pagoda)
หรือที่เราเรียกกันว่า พระธาตุมุเตา ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี พระเจดีย์องค์นี้ถือว่ามีความโดดเด่นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า นอกจากนี้มหาเจดีย์ชเวมอดอร์ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 ได้ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ว่าด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ พวกเขาได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอร์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน
 
 
สำหรับความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเจดีย์ชเวมอดอร์ก็คือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญอย่างเด่นชัด คือมีฉัตรแบบเรียบๆและมีองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า(อย่างชัดเจน) ส่วนบริเวณรอบๆองค์เจดีย์ก็มีพระพุทธรูปหลายองค์ให้กราบไหว้ มีอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมตะวันตกให้เดิน นอกจากนี้ที่ด้านหนึ่งของเจดีย์ยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆเก็บโบราณวัตถุต่างๆให้ชม
 
 
   
พระราชวังบุเรงนอง เมืองหงสาวดีประเทศพม่า
พระราชวังบุเรงนอง(ฺBayinnaung palace)
พระเจ้าบุเรงนอง (หรือที่คนไทยรู้จักในดีจากวรรณกรรมเรื่อง“ผู้ชนะสิบทิศ”) เป็นผู้สร้างเมืองหงสาวดีให้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากโดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง พระราชวังบุเรงนองได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอู ทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันอีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2533 มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม
 
ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป ส่วนอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้างอยู่ โดยส่วนที่สร้างเสร็จและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมก็มี พระตำหนักที่ประทับบรรทมสีทองเหลืองอร่ามที่ดูโดดเด่นชวนมองในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่า และท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าการก็ดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรรมพม่าสีทองเหลืองอร่ามทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งในอนาคตที่นี่จะใช้เป็นสถานที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติเมืองหงสาวดีและพระราชวังบุเรงนองอันสำคัญ ในขณะที่ปัจจุบันเป็นโถงโล่งๆมีราชรถจำลอง โมเดลของพระราชวัง และบานประตูไม้สักขนาดใหญ่ของพระราชวังเดิมวางไว้ให้ชม
 
 
   
พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เมืองหงสาวดี

พระพุทธไสยาสน์ “ชเวตาเลียว”(Shwethalyaung Buddha)
เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน เล่าขานว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก ถึงกับพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้าอันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชากริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร  

แต่ชาวบ้านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงก็ขอให้นางแคล้วคลาด ปรากฏว่าเชือกขาดโดยพลัน ขณะที่รูปปั้นยักษ์แตกกระจาย พระราชาถึงกับทรงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพะพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ หลังจากที่พระเจ้าอลองพญาทรงปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีก็ถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน จนถึงปี พ.ศ.2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นปี พ.ศ.2491 หลังจากพม่าได้รับเอกราช ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง และได้ทาสีและปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
 
 
   
พระพุทธรูปไจ้ปุ่น เมืองหงสาวดีประเทศพม่า
 
พระพุทธรูปไจ้ปุ่น (Kyaik Pun Buddha Images)
เป็นพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ 4 องค์ สูง 30 เมตร นั่งหันหน้า 4 ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม(หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ ได้แก่ พระโกนาคมน์(ทิศใต้) พระกกุสันธะ (ทิศตะวันออก)และพระกัสสปะ(ทิศตะวันตก)องค์หลังนี้ชำรุดผุพังไปมากจากแผ่นดินไหวในปี 1930 โดยแต่ละองค์หลังจะชนกัน สร้างโดยกษัตริย์หมาเซดี ในปี พ.ศ. 1476 ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ตำนานเล่าว่า มีพี่น้อง 4 สาวชาวมอญได้ร่วมใจกันสร้างพระพุทธรูปโดยได้ตั้งสัจจะอธิฐาน ว่าจะถือพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต หากผู้ใดแต่งงานพระพุทธรูปของผู้นั้นจะพังทลายลงมา
 
 
   
พระธาตุอินทร์แขวน เมืองหงสาวดีประเทศพม่า
 
พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock)
ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ (ปีหมา)

ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅีษีโดยมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาล
ตำนานที่ 1 : เล่าว่า ฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้ไว้เป็นตัวแทนพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้งได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ว่าฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร โดยมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนกับศีรษะ ซึ่งได้มาจากใต้ท้องมหาสมุทร และก็ให้พระอินทร์นำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ "พระธาตุอินทร์แขวน" แต่ชาวพม่าและชาวมอญจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนว่า "ไจก์ทิโย" ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤๅษี
ตำนานที่ 2 : เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา

 
อ้างอิง: วิกีพีเดียสารานุกรมเสรีี์,tp://myanmartravelinformation.com  เมืองหงสาวีดี ทัวร์พม่า เที่ยวพม่า ประเทศพม่า

ข้อมูลการท่องเที่ยว

qetour | ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี,ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี,ข้อมูลท่องเที่ยว,ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า

qetour | ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี,ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี,ข้อมูลท่องเที่ยว,ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า

บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด
ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่: 11/02024
สำนักงานใหญ่ ลาดพร้าว
เลขที่ 1111/30-31 ชั้น 1-2 หมู่บ้านกลางเมืองลาดพร้าว
ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900
Tel : 02-511-3000 Fax : 02-511-0099
ticketing@qetour.com (สอบถามเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน)
tour@qetour.com (สอบถามทัวร์)
ดูข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม +

ผู้สนับสนุน | ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า
เพิ่มเพื่อน
Google bot last visit - ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า | Page Rank Check - ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า | Yahoo bot last visit ข้อมูลท่องเที่ยวหงสาวดี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหงสาวดี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศพม่า สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่า