หน้าแรก qetour | Qetour ควอลิตี้ เอ็กเพรส บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์เที่ยวไทย แพคเกจทัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม รถเช่า หน้าแรก
ติดต่อเรา
บทความ |
ร่วมงานกับเรา |
เกี่ยวกับเรา |
โปรโมชั่นและข่าวสาร |
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน |

ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย

ข้อมูลท่องเที่ยว นิวเดลี

 
   
เดลีประเทศอินเดีย
ข้อมูลทั่วไปกรุงเดลีประเทศอินเดีย

กรุงเดลี  คือเมืองหลวงของอินเดียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่ตั้งอดีตราชธานีของอินเดียมาแล้วถึง 8 สมัย โดยเราจะไปชมศูนย์กลางการปกครองประเทศในเขตเดลีใหม่ (New Delhi) และเที่ยวป้อมแดง (Red Fort) ซึ่งโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเดลี ทั้งยังเป็นมรดกชิ้นสำคัญของจักรวรรดิโมกุลในยุครุ่งเรืองสุดขีด ปัจจุบันเดลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1.เดลีเก่า เป็นเขตวัฒนธรรมในสมัยโบราณ ประกอบไปด้วย มัสยิต สุเหร่า เป็นจำนวนมาก
2.เดลีใหม่ หรือนิวเดลี คือส่วนที่อังกฤษสร้างขึ้นเป็นที่ตั้งรัฐสภาสถานที่ทำการของรัฐบาล ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดีย เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วย ย่านการค้าทันสมัยเป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ตั้งของประตูอินเดียอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำกรุงเดลี.
 
   
อักชาร์ดัม
 

อักชาร์ดัม (Akshardham)
อักชาร์ดัม หรือที่รู้จักกันในชื่อเดลีอักชาร์ดัม(DelhiAkshardham)หรือ สวามีนารายันอักชาร์ดัม(Swaminarayan Akshardham) ในภาษาไทยบ้างก็เรียกว่า อักษราธรรม ความงดงามและอลังการของอักชาร์ดัมแสดงให้เห็นถึงศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นอมตะ ไร้ขอบเขต และมีคุณค่าอย่างไร้กาลเวลาของอินเดีย สมกับที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งวัดแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 70 เปอร์เซนต์ จากนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเที่ยวกรุงเดลี แต่ให้บอกว่างดงามอย่างไรก็ไม่เท่า กับได้มาสัมผัสด้วยตาของตนเอง ผู้สนใจสามารถมาเที่ยวที่อักชาร์ดัมแห่งนี้ได้ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา9.00–19.00 น. ปิดวันจันทร์หนึ่งวัน โดยเข้าชมฟรี แต่ถ้าเป็นนิทรรศการแสงสีเสียงต้องเสียเงินค่าตั๋วต่างหาก

     
 
 

 
ประตูเมืองอินเดีย
 

ประตูเมืองอินเดีย (India Gate)
ประตูเมืองอินเดียเป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L’Arcde Triomphe ของฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย โดยได้จารึกรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชการอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟกานิสถาน ครั้งที่ 3และรวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 1ส่วนบนยอดของประตูอินเดีย สร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนาม วัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดง เป็นแท่งทึบ มีความสูงจากระดับพื้นถนน 42.3 เมตร ส่วนโค้งของซุ้มประตู กว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโชนไม่เคยดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และมีอักษรจารึกเป็นภาษาฮินดีว่า “อมร ชะวาน ชโยติ” (อมร – ผู้ไม่ตาย ชะวาน – ทหาร และ ชโยติ – ความรุ่งเรือง หรือ ความสว่าง)

พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี (Gandhi Memorial useum)
พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี  พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามกับราชฆาฏ  เป็นที่แสดงภาพถ่าย เอกสารต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ ของมหาตมคานธี ตลอดจนสิ่งของส่วนตัวของมหาตมคานธี รวมทั้ง มีห้องสมุดที่รวบรวมผลงานของคานธีและหนังสือ อื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

 
   
ราษฎร์ปติภวัน
 

ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan)
ราษฎร์ปติภวัน ทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath ด้านตะวันตกบนเนินที่เรียกว่า Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate ซึ่งอยู่ปลายถนนด้านตะวันออก เดิมเคยใช้เป็น วังของอุปราชอังกฤษในสมัยอาณานิคมมีห้องถึง 340 ห้อง ออกแบบโดย Sir Lutyens สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1929 เป็นสถาปัตยกรรมผสมระหว่างตะวันตกกับศิลปะโมกุล ตัวห้องโถงที่เรียกว่า Durbar Hall มีโดมขนาดใหญ่แบบอินเดียทำด้วยทองแดงอยู่ด้านบน ใช้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญๆของทางการ ทางทิศตะวันตกมีสวนโมกุล (Mughal Garden) ซึ่งมีชื่อเสียงว่างดงามมาก เปิดให้คนทั่วไปชมเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้ออกดอกสวยงาม ทั้งตัวอาคารและสวนมีเนื้อที่ถึง 350 เอเคอร์

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum)
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ถนน Janpath กรุงนิวเดลีเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถ ุและศิลปกรรมของอินเดีย มากกว่า 150,000 ชิ้น ที่ตกทอดมาตั้งแต่อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus Valley relics) แสดงความเป็นมาของประวัต ิศาสตร์อินเดียที่มีอายุกว่า 5000 ปีรวมทั้งศิลปกรรมอันล้ำค่าของเอเชียกลางจากเส้นทางสายไหม ซึ่งนับว่าหาได้ยาก ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่นี้มี พระบรม-สารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่บนบุษบกไม้สักแกะ สลักปิดทอง ที่รัฐบาลไทยได้จัดสร้างถวายเป็นพุทธบูชาโดยได้มอบให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลอินเดียเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ปัจจุบันบุษบก ดังกล่าวประดิษฐานอยู่กลางห้องโถงทางปีกซ้ายของ พิพิธภัณฑสถาน พระบรมสารี ริกธาตุม ีลักษณะเป็นพระบรมอัฐิขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1 .5 – 2 นิ้ว ซึ่งแตกต่างจากพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่ปูชนียสถานสำคัญๆ ของไทยที่มักจะมีลักษณะเหมือน เมล็ดข้าวหักเล็กๆ หรือเมล็ดงาสีขาว ส่วนยอดของบุษบกทำจากทองคำหนัก 102กรัม บนยอดประดับด้วยอัญมณี

 
   
ป้อมแดง
 

ป้อมแดง (Red Fort)
ป้อมแดง หรือที่คนอินเดียทั่วไปเรียกว่า ลาล ขีลา(ลาล-แดง ขีลา-ป้อมปราการ) สร้างขึ้นจากหินทรายแดง เป็นพระราชวังของชาห์ เชฮันพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งของราชวงศ์โมกุล (องค์เดียวกับที่ทรงสร้างทัช มาฮาล) ปัจจุบันป้อมแดงใช้เป็นที่ประกอบพิธีฉลองเอกราชของอินเดียในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกๆปีนายกรัฐมนตรีจะทำพิธีคลี่ธงชาติและกล่าวสุนทร พจน์ ณ เชิงเทินของพระราชวังป้อมแดงนี้ ป้อมแดงขนาดใหญ่ในอินเดีย มีอยู่2แห่งคือที่เดลีและอัคราซึ่งอยู่ห่างจากเดลีประมาณ200กิโลเมตร ป้อมแดงที่เดลีเป็นป้อมปราการมีขนาดใหญ่มาก วัดรอบกำแพงทุกด้านเป็นความยาวถึง 1 ไมล์ครึ่ง กำแพงด้าน แม่น้ำยมุนาสูง 60 ฟุต ด้านอื่นสูงบ้างต่ำบ้างไม่เท่ากันกำแพงบางแห่งสูง 75 ฟุต บางแห่งสูงถึง 110 ฟุต พระเจ้าชาห์ เชฮันทรงโปรดให้สร้างป้อมแดงในปี พ.ศ.2181(ค.ศ. 1638) ใช้เวลาสร้าง 10 ปีเสร็จในปี พ.ศ.2191นับถึงปัจจุปันมีอายุกว่า350 ปี   ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวป้อมนี้

ต้องประสบภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและจากข้าศึกศัตรูหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2262 เกิดแผ่นดินไหว เป็นผลให้ป้อมแดงได้รับความเสียหายต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2282 ถูกกองทัพเปอร์เซีย เข้ามาปล้นเอาทรัพย์สมบัติมีค่าไปเป็นอันมาก รวมทั้งราชบัลลังก์นกยูง (Peacock Throne) ซึ่งทำด้วยทองและเพชรนิลจินดาอันหาค่ามิได้ และต่อมาเมื่ออำนาจของราชวงศ์โมกุลเสื่อมโทรมลง ก็ถูกปล้นอีกหลายครั้งป้อมแดงมีประตูใหญ่ 2 ประตู คือ ประตูละฮอร์ (Lahore Gate) ซึ่งหันหน้าไปทางเมืองละฮอร์ในประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นประตูที่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม ซึ่งมีลักษณะที่น่าสังเกตผิดกับประตูพระราชวังทั่วไป เพราะมองจากภายนอกไม่เห็นประตู เห็นแต่เชิงเทินสูงกำบังประตูไว้ ก่อนจะเข้าถึงตัวพระราชวังมีประตูด้านใน และมีทางทอดยาว ประมาณ 80 เมตร ไปถึง หอกลอง ที่เรียกว่า เนาปัตคะบา เป็นตึกสองชั้นซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าพนักงานกรมมหรสพทั้งกรม อาคารหลังแรกที่เข้าไปถึง เรียกว่า ดิวันอิอัม (Diwan-I-Am) เป็นที่ออกขุนนางชั้นนอก มีราชบัลลังก์ หินอ่อนอยู่ด้านใน เป็นที่พระเจ้าแผ่นดินประทับเวลาออกขุนนาง ผนังห้องราชบัลลังก์ฝังหินสีต่าง ๆ ซึ่งเป็นลวดลายนก ดอกไม้คล้ายของจริงมากที่สุด และยังคงสวยงามไม่ลบเลือนต่อจากดิวันอิอัมหรือห้องออกขุนนางชั้นนอก ก็จะถึงสถานที่ที่เรียกว่ารังคมาฮาล (Rang Mahal) เป็นที่ทรงพระสำราญหลังการออกขุนนาง และฝ่ายในจะคอยเฝ้าที่นี่ พระที่นั่งหลังนี้สร้างบนกำแพงวังสูงมาก มีหน้าต่าง 5 ช่องสำหรับให้นางในไว้ชมการชนช้าง ต่อจากพระที่นั่งรังคมาฮาล ถึงพระที่นั่งที่เรียกว่า ดิวันอิขาส (Diwan-I-Khas) เป็นที่นั่งเฝ้าชั้นใน สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ฝีมือก่อสร้างประณีตกว่าพระที่นั่งชั้นนอก เพดานเป็นไม้แกะสลักสวยงาม มีพระแท่นราชบัลลังก์ซึ่งเคยประดิษฐานราชบัลลังก์นกยูง ที่เรียกว่า Peacock Throne ทำด้วยทองคำแท้ ฝังเพชรนิลจินดาล้ำค่า (บัลลังก์นี้ถูก Nadir Shah กษัตริย์เปอร์เซียที่เข้ามาโจมตีอินเดียนำไปไว้ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในปี ค.ศ. 1739) ในห้องนี้มีอักษรจารึกไว้ว่า “ถ้าจะมีสวรรค์วิมานอยู่บนพื้นพิภพนี้ ก็คือ ที่นี่เอง ที่นี่เอง ที่นี่เอง” (“If there is a paradise on earth it is this, it is this, it is this”) เป็นคำจารึกที่ชอบพูดกันมากตัวปราสาทที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เรียกว่า คาสมาฮาล มีที่อยู่แบ่งออกเป็น 3 ตอน มี ห้องสรงสร้างอย่างวิจิตร ส่วนห้องบรรทมเป็นห้องโล่ง ๆ ไม่มีประตูเปิดปิดได้เลย ใช้เพียงม่านกั้นเท่านั้น ใช้คนเป็นยามเฝ้ารักษาแทนการปิดประตู และมีหอยื่นออกมาหอหนึ่ง ที่หอนี้พระเจ้าแผ่นดินต้องตื่นขึ้นมาไหว้พระสวดมนต์ และต้องแสดงพระองค์ให้ปรากฏแก่ราษฎรทุกเช้า เพื่อให้รู้แน่ว่ายังมีพระชนม์อยู่ศิลปกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่เชิดหน้าชูตาเดลี และเป็นถาวรวัตถุคู่กับพระราชวังป้อมแดง คือ ชามามัสยิด (Jama Masjid) เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตะวันออก และเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายของพระเจ้าชาห์ ชาฮันสร้างด้วยหินทรายแดงและหินอ่อน เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2187 (ค.ศ.1644) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2201 (ค.ศ.1658) มีประตูเข้า 3 ประตู หอคอยอยู่ 4 มุม และหอสูง(Minaret) 2 หอ ความสูง 40 เมตร

 
 
   
กุตับมีนาร์
 

กุตับมีนาร์ (Qutab Minar)
กุตับมีนาร์ (กุตับ-ชื่อของกษัตริย์ กุตับอุดดินไอบัก มีนาร์-หอสูง) หรือเดิมชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ (ปฤถวี-ชื่อของกษัตริย์ฮินดู สตัมภ์-เสา) เป็นหอสูงที่น่าจะถือเป็นเครื่องหมายของเดลี เป็นถาวรวัตถุที่มีความงามได้ สัดส่วน ภายนอกเป็นหินทรายสีแดง สร้างเป็นลูกฟูกขึ้นไปอย่างเกลี้ยงเกลา ซึ่งได้มีการสร้างต่อกันขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย แต่ละลูกฟูกจารึกเป็นอักษรอาระบิกจากบทสวดในพระคัมภีร์โกหร่าน  

เดิมพระเจ้าปฤถวีราช กษัตริย์ฮินดูทรงสร้างหอไว้สูงเพียง 95 ฟุต เพื่อให้ลูกสาวขึ้นไปดูแม่น้ำยมุนาอันศักดิ์สิทธิ์ในขณะสวดมนต์ ต่อมากษัตริย์กุตับอุดดินไอบัก ( Qutub ud-din Aibak) ซึ่งเป็นกษัตริย์มุสลิม ได้ปรับปรุงในปี พ.ศ. 1743   จากนั้นกษัตริย์องค์อื่นในราชวงศ์เดียวกันได้สร้างต่ออีกสองครั้ง ในปี พ.ศ. 1753 และ พ.ศ. 1779 กษัตริย์ฟิโรซ ชาห์ แห่งราชวงศ์ตุกลัขได้เสริมต่อจนเป็นรูปอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดูที่หาดูได้ยากความสูงของหอนี้รวมทั้งหมด 238 ฟุต แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ภายในโปร่ง มีบันไดขึ้นไป 379 ขั้น มีระเบียบบังคับว่าคนคนเดียวขึ้นไปไม่ได้ เพราะมีคนขึ้นไปกระโดดฆ่าตัวตายบ่อยๆ จึงยอมให้คนอย่างน้อย 2 คนขึ้นไปได้ แต่ปัจจุบันห้ามขึ้น ในบริเวณกุตับมีนาร์ มีถาวรวัตถุเป็นศิลปะฮินดูเดิม แล้วมุสลิมมาสร้างเสริมเติมแต่งให้ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของคนไปเยี่ยมชมไม่แพ้หอกุตับมินาร์ คือ เสาเหล็ก ทำด้วยเหล็กอย่างดีไม่เป็นสนิม เข้าใจว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ.800หลังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่เสามีคำจารึกเป็นภาษาสันสกฤต เป็นคำบูชาถวายพระวิษณุ การฝังเสาทำได้แน่นหนามาก เล่ากันว่ากษัตริย์มุสลิมพยายามเอาปืนใหญ่ยิงใกล้ ๆ ยังไม่โค่นไม่ร้าว รอยเสาที่ถูกปืนใหญ่ ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ ความสูงของเสานี้ 32 ฟุต 8 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว   เป็นที่เชื่อกันว่า ถ้าใครเอาหลังพิงเสานี้ แล้วเอาแขนโอบทางเบื้องหลัง จนมือจับกันได้ ถือว่าเป็นคนซื่อสัตย์หรือมีบุญวาสนา หรือหากทำดังนั้นแล้วตั้งจิตอธิษฐาน ความปรารถนาใดๆ ที่ขอจะสัมฤทธิ์ผล

 

ข้อมูลการท่องเที่ยว

qetour | ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี,ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี,ข้อมูลท่องเที่ยวอินเดีย,ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย

qetour | ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี,ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี,ข้อมูลท่องเที่ยวอินเดีย,ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย

บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด
ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่: 11/02024
สำนักงานใหญ่ ลาดพร้าว
เลขที่ 1111/30-31 ชั้น 1-2 หมู่บ้านกลางเมืองลาดพร้าว
ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900
Tel : 02-511-3000 Fax : 02-511-0099
ticketing@qetour.com (สอบถามเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน)
tour@qetour.com (สอบถามทัวร์)
ดูข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม +

ผู้สนับสนุน | ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย
เพิ่มเพื่อน
Google bot last visit - ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย | Page Rank Check - ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย | Yahoo bot last visit ข้อมูลท่องเที่ยวนิวเดลี ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนิวเดลี ข้อมูลท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย