หน้าแรก qetour | Qetour ควอลิตี้ เอ็กเพรส บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์เที่ยวไทย แพคเกจทัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม รถเช่า หน้าแรก
ติดต่อเรา
บทความ |
ร่วมงานกับเรา |
เกี่ยวกับเรา |
โปรโมชั่นและข่าวสาร |
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน |

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลท่องเที่ยวญี่ปุ่น

 
   
ธงประเทศญี่ปุ่น
 
 
   
Here is Japan!
ข้อมูลทั่วไปประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น – นิฮง - หมายถึงถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน ด้วยญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,873 ตารางกิโลเมตร ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 62 ของโลก และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ก็ได้เรียกตัวเองว่า ยะมะโตะ ส่วน วา เป็นชื่อที่ชาวจีนยุคแรกใช้เรียกญี่ปุ่นในช่วงยุคสามก๊ก ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองหลวงคือโตเกียว ทั้งประเทศประกอบด้วยเกาะจำนวนมาก โดยมีเกาะใหญ่ ๆ จากทางเหนือไปทางใต้คือ ฮอกไกโด ฮอนชู (เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด) ชิโกกุ และ คิวชูด้วยการที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นกลุ่มเกาะจึงทำให้ภูมิประเทศติดกับทะเล ไม่ติดกับประเทศใดเลย พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่กว่า 70เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และไม่สามารถอาศัยหรือทำการเพาะปลูกได้ นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวมากกว่าทุกๆ ประเทศในโลก ที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบกับภาวะแผ่นดินไหวเช่นนี้เพราะ ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกซึ่งมีรอยเลื่อนต่างๆ มากมาย
ประเทศญี่ปุ่นสามารถแบ่งเขตของภูมิอากาศได้ 6 เขต คือ

  • ฮอกไกโด: เหนือสุดของประเทศ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
  • ทะเลญี่ปุ่น: ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางฝากตะวันตกของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะตกมาก และในข่วงฤดูร้อนอากาศจะเย็นกว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
  • ที่สูงตอนกลาง: อุณหภูมิระหว่างฤดูและกลางวันกลางคืนมีความแตกต่างมาก
  • ทะเลเซะโตะ: มีอากาศชื้นตลอดทั้งปี
  • ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก: ตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรทางตะวันออกของประเทศ ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวเย็นแต่ไม่ค่อยมีหิมะตก ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนและชื้น
  • หมู่เกาะตะวันตกเฉียงใต้: หมู่เกาะริวกิวมีอุณหภูมิกึ่งเขตร้อน คืออุ่นในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน มีฝนตกมากและมีไต้ฝุ่นผ่านมาในช่วงเปลี่ยนฤดูฤดูฝนหลักเริ่มต้นขึ้นในต้นเดือนพฤษภาคมที่โอะกินะวะ และจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปจนถึงฮอกไกโดในปลายเดือนกรกฎาคม บนเกาะฮอนชูฤดูฝนจะเริ่มในกลางเดือนของเดือนมิถุนายน มีระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง ส่วนอีกช่วงที่มีฝนตกคือช่วงเปลี่ยนฤดูระหว่างฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง
ประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น
 
   
ชนเผ่าดั้งเดิมจูมง

ยุคเริ่มอารยธรรมญี่ปุ่น
ยุคโคะฮุง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 7 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการ ปกครองแบบราชวงศ์ซึ่งศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณเขตคันไซของประเทศ เมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่จากคาบสมุทรเกาหลี มาสู่หมู่เกาะ ญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 5 ชนชั้นระดับปกครองของญี่ปุ่นใน ขณะนั้นก็ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าชายโชโตะกุ พระองค์ได้สนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างมาก ถึงกับสร้าง วัด หลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น เช่น วัดชิเทนโนจิิปัจจุบันตั้งอยู่ใน โอซาก้า วัดตามแบบพุทธศาสนาแห่งแรก วัดโฮลิวจ (ปัจจุบัน อยู่ในจังหวัดนารา) เป็นต้น นอกจากนั้นเพื่อให้ประเทศ อยู่ด้วย ความสงบ ระองค์ได้ทรงประกาศใช้กฎหมาย17 มาตราซึ่ง เป็นกฎหมายญี่ปุ่นฉบับแรก อีกด้วย ยุคนารา ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นยุคแรกที่มีการก่อตัว เป็นอาณาจักรที่แข็งแรงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบ การปก ครองอย่างมีระบบ ให้เห็นได้อย่างขัดเจนโดยการนำระบอบการปกครองมาจาก จีนแผ่นดินใหญ่ศูนย์กลาง การปก ครองในขณะนั้นก็คือ เฮโจวเกียว

บันทึกทางโบราณครั้งแรกที่ปรากฏชื่อเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นคือ หนังสือจีนราชวงศ์ฮั่นเมื่อปี พ.ศ. 600
(ค.ศ. 57) ซึ่งชาวญีปุ่นถูกเรียกว่าพวก วาและประกอบไปด้วยชนเผ่ากว่า 1,000 เผ่า ตามบันทึกของจีนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่3อาณาจักรที่ทรงอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นคืออาณาจักรที่มีชื่อว่ายะมะไทโคกุ ซึ่งปกครองด้วยราชินีฮิมิโกะซึ่งกษัตรีพระองค์นี้ได้เคยส่งคณะทูตไปยังประเทศจีนผ่านทางเกาหลีด้วยคาดกันว่า ประเทศ ญี่ปุ่นเริ่มใช้ชื่อประเทศว่า"นิฮง (Nihon)" ครั้งแรก ในช่วงครึ่งหลังคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยพบหลักฐานในหนังสือของสาสน์ ของทูตในปี พ.ศ. 1244 (ค.ศ. 701) ความหมายของคำว่า นิฮง มาจากการถือว่า เป็นต้นกำเนิดของพระอาทิตย์เมื่อ มองจากแผ่นดินใหญ่ของจีน และโดยการทูตแล้ว ในสมัยนั้นถือว่าญี่ปุ่นมีฐานะเท่าเทียมกับแผ่นดินใหญ่
 
 
   
ตัวอักษร ฮิรางานะ

ยุคเริ่มอารยธรรมญี่ปุ่น
ยุคโคะฮุง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 7 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการปกครองแบบราชวงศ์ซึ่งศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณเขตคันไซของประเทศเมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่จากคาบสมุทรเกาหลี มาสู่หมู่เกาะญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ชนชั้นระดับปกครองของญี่ปุ่นในขณะนั้นก็ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าชายโชโตะกุ พระองค์ได้สนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างมาก ถึงกับสร้างวัดหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น เช่น วัดชิเทนโนจิิ(ปัจจุบันตั้งอยู่ในโอซาก้า วัดตามแบบพุทธศาสนาแห่งแรก วัดโฮลิวจิ(ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนารา) เป็นต้น นอกจากนั้นเพื่อให้ประเทศอยู่ด้วยความสงบ พระองค์ได้ทรงประกาศใช้กฎหมาย17 มาตรา ซึ่งเป็นกฎหมายญี่ปุ่นฉบับแรกอีกด้วยยุคนารา ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นยุคแรกที่มีการก่อตัวเป็นอาณาจักรที่แข็งแรงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองอย่างมีระบบให้เห็นได้อย่างขัดเจนโดยการนำระบอบการปกครองมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ศูนย์กลางการปกครองในขณะนั้นก็คือ เฮโจวเกียว

หรือบริเวณตัวเมืองนะระในปัจจุบัน หลังจากนั้นได้ย้ายมาที่ เมืองนะงะโอะกะ และ เฮอังเกียว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโตเกียว ตามลำดับ เมืองหลวงที่มีระยะเวลานานที่สุดก็คือ เฮอังเกียว ซึ่งได้เป็นเมืองหลวงของประเทศนานถึง 1,074 ปีซึ่งเรียกยุคตั้งแต่สถาปนาเมืองหลวงเฮอังเกียวจนถึงการตั้ง บะกุฮุหรือ ค่ายรัฐบาล ว่า ยุคเฮอังวัดคิงงะกุจิ ในเมืองเกียวโต อันอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่พำนักของโชกุนในยุคมุโระมะจิ ระหว่างปี พ.ศ. 1337 (ค.ศ. 794) จนถึง ปี พ.ศ. 1728 ซึ่งเป็น ยุคเฮอังนั้น ถือได้ว่าเป็นยุคทองของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่เริ่มมีการปรากฏของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีน และของตนเอง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดมากที่สุดคือ การประดิษฐ์ตัวอักษรฮิรางานะ ซึ่ง ทำให้เกิดวรรณกรรมที่แต่งโดยตัวอักษรนี้เป็นจำนวนมาก เช่นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11ได้มีการแต่งนวนิยายเรื่องนิทานเกนจิขึ้น ซึ่งเป็นนิยายที่บรรยายเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การปกครองของตระกูลฟุจิวะระ นอกจากนั้นนวนิยายเรื่องนี้ยังเป็นนวนิยายที่เก่าแก่รองจากนวนิยายสาม อาณาจักรของเกาหลีที่ยังมีให้เห็นในโลกอยู่อีกด้วย
 
 
   
โชกุน

ยุคศักดินา
ยุคศักดินาญี่ปุ่นเริ่มจากการมีอำนาจการปกครองเหนือชนชั้นปกครองเดิมในญี่ปุ่นซึ่งก็คือชนชั้นราชวงศ์ ซึ่งสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 1728 (ค.ศ. 1185) ตามมาด้วยการพ่ายแพ้ของตระกูลไทระ ที่เสียให้แก่ มินะโมะโตะ โนะ โยะริโตะโมะ ซึ่งหลังจากนั้นเขาได้แต่งตั้งตนเองเป็นโชกุน และสร้าง บะกุฮุ หรือ ค่ายทหารในเมืองคะมะกุระยุคนี้เราเรียกว่าเป็น ยุคคะมะกุระ หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยะริโตะโมะ ตระกูลโฮโจ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลโชกุนตระกูลใหมหลังจากการรุกรานของมองโกลครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 1824(ค.ศ. 1281) ในปี พ.ศ. 1876 (ค.ศ. 1333) คะมะกุระบะกุฮุก็ได้สูญเสียอำนาจให้แก่ อะชิกะงะ ทะกะอุจิ ซึ่งเขาได้ย้ายบะกุฮุไปตั้งไวความสงบหลายร้อยปี ในช่วงปลายศตวรรษที่16ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเพราะบรรดาขุนนางที่หัวเมืองต่างทำสงครามเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่

แผ่นดินญี่ปุ่นจึงเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง หรือที่รู้จักกันว่ายุคเซงโงะกุ สงครามดำเนินอยู่หลายสิบปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้สามารถปราบปรามบ้านเมืองให้สงบลงได้ หลังจากได้รวบรวมบ้านเมืองเสร็จ โทโยโตมิมีความคิดที่จะบุกคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเขาได้ทำการบุกถึง 2 ครั้ง จนเมื่อเขาเสียชีวิตลง โตกุงาวะ อิเอยะสึ ได้จัดการรวบรวมประเทศใหม่ และตั้งรัฐบาลใหม่ที่ เมืองเอโดะ ซึ่งรู้จักดีในชื่อยุคว่า ยุคเอโดะ
 
 
   
พระจักรพรรดิเมจิ

สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิจนถึงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นซึ่งปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้ใช้ชื่อประเทศว่า "จักรวรรดิญี่ปุ่น" โดยมีจักรพรรดิเป็นประมุข ในยุคนี้ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเหนือประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียมาก และยังได้ขยายอาณาเขตของประเทศออกไปอย่างกว้างขวาง โดยสามารถยึดครองดินแดนบางส่วนของประเทศจีน และดินแดนของจักรวรรดิเกาหลีทั้งหมด พร้อมทั้งล้มล้างราชวงศ์ลีของเกาหลีและจัดการปกครองโดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำสงครามกับรัสเซียเพื่อแย่งชิงดินแดนแมนจูเรียในคาบสมุทรเหลียวตุงจนได้รับชัยชนะทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติมหาอำนาจทางทหารที่สำคัญในซีกโลกตะวันออก ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เสริมสร้างอำนาจทางการทหารให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเข้าเป็นชาติสมาชิกของมหาอำนาจฝ่ายอักษะ ต่อมาจึงได้เปิดฉากสงครามในแถบเอเชียแปซิฟิก

(ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ สงครามมหาเอเชียบูรพา) ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 โดยการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ และการยาตราทัพเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบสายฟ้าแลบ ตลอดสงครามครั้งนั้น ญี่ปุ่นสามารถยึดครองประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทั้งหมด แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้แก่สหรัฐอเมริกาในการรบทางน้ำในมหาสมุทร แปซิฟิกตั้งแต่ พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรโดยง่าย ฝ่ายสหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใช้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามลำดับ ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขในวันที่ 15 สิงหาคม ปีเดียวกัน
 
วัฒนธรรมและประชากรประเทศญี่ปุ่น

วัฒนธรรมญี่ปุ่นมีวิวัฒนาการมายาวนานตั้งแต่วัฒนธรรมยุคโจมงซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศ จนถึงวัฒนธรรมผสมผสานร่วมสมัยซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นมีทั้งงานฝีมือ เช่น อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) โอะริงะมิ อุกิโยะ-เอะ[135] ตุ๊กตา เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผา การแสดง เช่น คะบุกิ โน บุนระกุ[135] ระกุโงะ และประเพณีต่าง ๆ เช่น การละเล่น พิธีชงชา ศิลปการต่อสู้ สถาปัตยกรรม การจัดสวน ดาบ และอาหาร การผสมผสานระหว่างภาพพิมพ์กับศิลปะตะวันตก นำไปสู่การสร้างสรรค์มังงะหรือหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมทั้งในและนอกญี่ปุ่น[136] แอนิเมชันที่ได้รับอิทธิพลมาจากมังงะเรียกว่า อะนิเมะ วงการเกมคอนโซลของญี่ปุ่นเจริญรุ่งเรืองอย่างมากตั้งแต่ พ.ศ. 2523
จากการสำรวจประชากรในปี 2005 ญี่ปุ่นมีประชากรประมาณ 127.77 ล้านคน[115] ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาและมีวัฒนธรรมที่เหมือนกัน โดยมีชาวต่างชาติ เช่นชาวเกาหลี จีน บราซิล ฟิลิปปินส์ และชาติอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 1.2 ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่[116] เชื้อชาติส่วนใหญ่คือเชื้อสายชาวยะมะโตะ และมีชนกลุ่มน้อยเช่นชาวไอนุและชาวริวกิว รวมทั้งชนกลุ่มน้อยทางสังคมที่เรียกว่าบุระกุ[117]ประชากรญี่ปุ่นมีอายุคาดหมายเฉลี่ยประมาณ 82.07 ปี จึงนับเป็นประเทศที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดประเทศหนึ่งในโลก[118] โครงสร้างประชากรของญี่ปุ่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเด็กที่เกิดมาในยุคเบบี้บูมหลังสงครามโลกเริ่มเข้าสู่วัยชรา ในขณะที่อัตราการเกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2532 มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ[119] จึงทำให้จำนวนประชากรค่อย ๆ ลดลง (มีการประมาณว่าจะลดลงต่ำกว่า 100 ล้านคนในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25[119]) ในขณะที่สัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (ในปี 2005 ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีมากถึง 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด[120]) การที่โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายอย่าง เช่นปัญหาแรงงานที่ลดลง และภาระเงินบำนาญของคนหนุ่มสาวเพิ่มมากขึ้น[121]จากการสำรวจพบว่าคนญี่ปุ่นร้อยละ 51.8 ระบุว่าตนไม่มีศาสนา[122] ศาสนาในญี่ปุ่นถูกผสมผสานจนทำให้พิธีกรรมทางศาสนานั้นมีความหลากหลาย เช่นพ่อแม่พาลูกไปศาลเจ้าชินโตเพื่อทำพิธีชิจิ-โกะ-ซัน แต่งงานในโบสถ์คริสต์และฉลองในวันคริสต์มาส จัดงานศพแบบพุทธ และบูชาบรรพบุรุษแบบขงจื๊อ นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นพุทธศตววรษที่ 25 มีลัทธิต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเช่นลัทธิเทนริเกียว และลัทธิโอมชินริเกียว

 
สภาพภูมิอากาศญี่ปุ่น

กล่าวโดยทั่ว ๆ ไป ญี่ปุ่นมีภูมิอากาศแบบเขตอบอุ่น
ฤดูกาลแบ่งออกเป็น 4 ฤดูคือ
ฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน - พฤศจิกายน
ฤดูใบไม้ผลิ(ฮารุ)ในญี่ปุ่นเป็นฤดูซึ่งเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาโดยมีสัญลักษณ์ คือ การบานเป็นสีชมพูอ่อนของดอกซากุระบนกิ่งต้นซากุระและการบานของดอกอะซาเลียในทุ่งและเนินเขา ทิวทัศน์สีเขียวอันงดงามทั่วเนินเขาช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมเสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นมีอากาศที่สบาย น่าอยู่อาศัย ต้นไม้เริ่มผลิดอกออกใบ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระบานสะพรั่ง ไล่จากคิวชูไปจนถึงฮอกไกโดเป็นที่สุดท้าย
ฤดูร้อน (นัตซึ) เมื่อฤดูฝนจบสิ้นลงและฤดูร้อนมาถึง ทิวทัศน์ประเทศญี่ปุ่นจะปกคลุมไปด้วยแสงสว่างสดใส ชายหาด แม่น้ำและพื้นที่ริมน้ำอื่น ๆ จะอึกทึกไปด้วยผู้คนซึ่งหลบร้อนไปหาอากาศเย็น และก็มีผู้คนจำนวนมากไปเที่ยวเนินเขาและทุ่ง ซึ่งปกคลุมไปด้วยโทนสีเขียวสดใส ฤดูกาลนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟอันสวยงามในท้องฟ้ายามค่ำคืนและการเต้นรำโบงโอโคริอีกด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง (อะกิ)ใบไม้เปลี่ยนสีและหมู่เกาะญี่ปุ่นจากเหนือจรดใต้จะถูกปกคลุมด้วยสีของธัญพืชที่สุกงอมรอการเก็บเกี่ยวอากาศอันเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วงเหมาะสมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดินเขา งานกีฬาสี เทศกาลเจ็ด-ห้า-สาม และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งถูกจัดช่วงนี้ช่วยเน้นย้ำถึงธรรมชาติอันสมบูรณ์และประเพณีของญี่ปุ่น
ฤดูหนาว (ฟุยุ)ดอกไม้และสัตว์จะจำศีลในช่วงอากาศที่หนาวจัด แต่ในฤดูกาลนี้ธรรมชาติก็ได้สร้างทิวทัศน์อันสวยงามซึ่งไม่สามารถที่จะหาดูได้ในฤดูกาลอื่น และในฤดูกาลนี้ยังเต็มไปด้วยการเพลิดเพลินกับอาหารจานร้อนหลากหลายชนิด , น้ำพุร้อน , สกี และการฉลองวันขึ้นปีใหม่อีกด้วย
ช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดอยู่ในเดือนมิถุนายน ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
ช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่นจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน
ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนสิงหาคม

 
ภาษา

ประชากรมากกว่าร้อยละ 95 ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก  ภาษาญี่ปุ่นมีวิธีการผันคำกริยาและคำศัพท์ที่แสดงถึงสถานะระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมที่มีระดับขั้นของญี่ปุ่น ภาษาพูดนั้นมีทั้งภาษากลางและสำเนียงของแต่ละท้องถิ่น เช่นสำเนียงคันไซ
ภาษาญี่ปุ่น:เป็นภาษาเดียวที่ใช้ทั่วประเทศ แต่ว่าจะมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจะมีภาษาท้องถิ่นของตนเอง แต่จากจำนวนคนญี่ปุ่นที่มีมากกว่า 120 ล้านคน ทำให้ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากเป็นอันดับที่ 10 รองจากภาษาจีน , อังกฤษ , รัสเซียและอื่น ๆ
ภาษาอังกฤษ :จะใช้ได้บ้างก็เฉพาะในบริเวณสนามบิน โรงแรมใหญ่ ๆ หรือสถานที่ราชการบางแห่ง ที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับคนต่างชาติ แต่โดยทั่วไปแล้ว กล่าวได้ว่า คนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีจะมีน้อยมาก เด็กนักเรียนญี่ปุ่นจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ เมื่ออยู่ชั้น ม.1 ( เกรด 7 ) และด้วยระบบการสอนที่เน้นการให้ข้อมูล การท่องจำเพื่อสอบแข่งขันมากกว่าการใช้ในชีวิตจริง จึงทำให้เด็กญี่ปุ่นไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่อาจจะเขียนและอ่านได้ดีกว่า ดังนั้น สำหรับชาวต่างชาติแล้ว หากไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ก็จะลำบากต่อการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมากทีเดียว
ตัวอักษร :ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการเขียนตัวอักษรแบบจีน และวัฒนธรรมจีนมา ตั้งแต่เมื่อคริสตศตวรรษที่ 7 และ 8 ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากตัวหนังสือที่ใช้อยู่ 3 แบบคือ
แบบที่ 1 และแบบที่ 2 คือ ฮิรางานะ ( Hiragana ) และ คาตากานะ ( Katagana ) ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในญี่ปุ่น จากการย่ออักษรจีนบางตัว ทั้งสองแบบมีตัวอักษรอย่างละ 46 ตัว และแสดงเสียงตามพยางค์
แบบที่ 3 คือคันจิ ( Kanji ) เป็นตัวอักษรจีน ซึ่งเป็นอักษรภาพที่แสดงความหมายในตัวเอง อักษรจีนที่ถูกใช้อยู่มีประมาณ 3,000 ตัว แต่จำนวนอักษรจีนที่ถูกระบุอย่างเป็นทางการ ว่าใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันมีเพียง 1,945 ตัวเท่านั้น
ในการเขียนประโยคต่าง ๆ จะใช้อักษรจีนผสมกับอักษรแบบฮิรางานะ สำหรับชื่อสถานที่ ชื่อเฉพาะอื่น ๆ ที่มาจากอเมริกา ยุโรป และประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อักษรแบบจีน รวมถึงคำศัพท์เทคนิคซึ่งยืมจากภาษาต่างประเทศ จะเขียนด้วยอักษรคาตะกานะ
ภาษาญี่ปุ่นอาจเขียนในแนวดิ่งจากข้างบนลงข้างล่างก็ได้ หรือจะเขียนตามขวางจากซ้ายไปขวาก็ได้

 
สกุลเงิน
เยน (ญี่ปุ่น: 円, สัญลักษณ์ ¥, รหัส ISO 4217 JPY) เป็นสกุลเงินของประเทศญี่ปุ่น โดยมีการใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยนิยมเก็บเป็นเงินสำรอง รองลงมาจาก ดอลลาร์สหรัฐ และ เงินยูโร คำว่าเยน ภาษาญี่ปุ่นจะอ่านออกเสียงว่า เอน อย่างไรก็ตามการอ่านออกเสียง เยน ถือเป็นชื่อมาตรฐานใช้กันทั่วโลก สัญลักษณ์ลาตินคือ ¥ ในขณะที่คนญี่ปุ่นจะนิยมเขียนเป็นตัวอักษรคันจิว่า 円เงินเหรียญที่ใช้มีตั้งแต่ 1, 5 , 10 , 50 , 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีตั้งแต่ 1,000 , 2,000 , 5,000 และ 10,000 เยน กฎหมายญี่ปุ่นระบุมิให้ร้านค้า ภัตตาคาร พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ธุรกิจบริการและพ่อค้า รับเงินสกุลต่างประเทศ ซึ่งคุณสามารถแลกเงินเยน ได้ที่ธนาคาร และสถานที่รับแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมทั้งผู้รับแลกเปลี่ยนซึ่งได้รับอนุญาตจากทางการ โดยคุณต้องนำพาสปอร์ตไปแสดงในการแลกเงินนี้ด้วย ในเมืองใหญ่ ๆ เช่นโตเกียว โอซาก้า เกียวโต จะรับบัตรเครดิตของสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส ไดเนอร์สคลับ มาสเตอร์การ์ด และวีซ่า โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มสำหรับการใช้บัตร โดยร้านค้าและภัตตาคารที่ยอมรับบัตรเครดิต จะติดสติ๊กเกอร์บัตรเครดิตที่ยอมรับไว้หน้าร้าน
 
ศุลกากร
ผู้ที่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศต้อง จ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน) จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีมากเกินกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ห้ามนำเข้า - ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร
 
แนะนำเมืองท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบ่งตามภูมิภาค
จากข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นส่วนหนึ่งได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆอันเป็นเสน่ห์ของญี่ปุ่นที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความมั่งคั่งทางประวัติศาสตรและวัฒนธรรม ภูมิประเทศที่โดดเด่น ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆของญี่ปุ่น อันประกอบด้วย ฮอกไกโด (ภาคเหนือ) โตโฮกุ(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) คันโตะ(ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู) จูบุ(ภาคกลางของเกาะฮอนชู)คันไซและชุโคกุ(ภาคตะวันตกของเกาะฮอนชู) คิวชูและโอกินาวา(ภาคใต้ของเกาะฮอนชู)
 
 
   
ศาลากลางเมืองฮอกไกโด

ฮอกไกโด
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ ซัปโปโร ฮะโคดาเตะ อะซะฮิกาวะ ฟูระโน และโอตารุ

 
 
   
เซ็นได

โทโฮขุ
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ อะโอโมริ เซ็นได

 
 
   
ย่านกินซ่า - โตเกียว

จูบุู
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ โตเกียว โยโกฮาม่า คามาคุระ คาวาซากิ และชิบะ

 
 
   
พระพุทธรูปวัดโทไดจิ

คันโต
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ

 
 
   
สวนโคระคุเอ็น-โอคายาม่า

ชุโกกุ
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ ฮิโรชิมา โอคายาม่า และ คูราชิกิ

 
 
   
ปราสาทคุมาโมโตะ-คุมาโมโตะ

คิวชูและโอกินาวา
ประกอบด้วยเมืองหลักๆ คือ โออิตะ คุมาโมโตะ คากูชิมา นางาซากิ และ เกาะโอกินาวา

 
อ้างอิง: วิกีพีเดียสารานุกรมเสรี, องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น
 

ข้อมูลการท่องเที่ยว

qetour | สถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น,สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น,ท่องเที่ยวญี่ปุ่น,เที่ยวประเทศญี่ปุ่น,การ ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศญี่ปุ่น,ข้อมูลท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่น,ข้อมูล การ ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,ประเทศญี่ปุ่น

qetour | สถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น,สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น,ท่องเที่ยวญี่ปุ่น,เที่ยวประเทศญี่ปุ่น,การ ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศญี่ปุ่น,ข้อมูลท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่น,ข้อมูล การ ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น,ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด
ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่: 11/02024
สำนักงานใหญ่ ลาดพร้าว
เลขที่ 1111/30-31 ชั้น 1-2 หมู่บ้านกลางเมืองลาดพร้าว
ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900
Tel : 02-511-3000 Fax : 02-511-0099
ticketing@qetour.com (สอบถามเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน)
tour@qetour.com (สอบถามทัวร์)
ดูข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม +

ผู้สนับสนุน | ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
เพิ่มเพื่อน
Google bot last visit - ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น | Page Rank Check - ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น | Yahoo bot last visit ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น