หน้าแรก qetour | Qetour ควอลิตี้ เอ็กเพรส บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์เที่ยวไทย แพคเกจทัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม รถเช่า หน้าแรก
ติดต่อเรา
บทความ |
ร่วมงานกับเรา |
เกี่ยวกับเรา |
โปรโมชั่นและข่าวสาร |
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน |

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม

ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนาม

 
   
ธงเวียดนาม
 
   
ตราประเทศ
ข้อมูลทั่วไปประเทศเวียดนาม

เวียดนามหรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกมีเนื้อที่ ทั้งหมด331,689 กม.² (ใหญ่เป็นอันดับที่ 65 ของโลก) 128,065 ไมล์² พื่นน้ำ1.3% มีประชากร 86,116,559 (มากเป็นอันดับที่ 12ของโลก) มีลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเปิดโล่งรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้มีโอกาสรับลมมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน จึงมีฝนตกชุกในฤดูหนาว สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง (ฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นประเทศที่มีความชื้นประมาณ 84 % ตลอดปี มีปริมาณฝน จาก 120 ถึง 300 เซนติเมตร(47 ถึง 118 นิ้ว) และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 5°C (41°F) ถึง 37°C (99°F) ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ 2 ตอน คือ ตอนเหนือ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำแดง และตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง มีที่ราบสูงตอนเหนือของประเทศ และยังเป็นภูมิภาคที่มี เขาฟาน ซี ปัง(Phan Xi Păng)ซึ่งเป็นภูเขาที่สูง 3,143 เมตร (10,312 ฟิต) ตั้งอยู่ในจังหวัดเล่าไค เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน

ประวัติศาสตร์ประเทศเวียดนาม

อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ในเวียดนามมีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะอารยธรรมยุคหินใหม่ ที่มีหลักฐานคือกลองมโหระทึกสำริด และชุมชนโบราณที่ดงเซิน เขตเมืองแทงหวา ทางใต้ของปากแม่น้ำแดง สันนิษฐานว่าบรรพบุรุษของชาวเวียดนามโบราณผสมผสานระหว่างชนเผ่ามองโกลอยด์เหนือจากจีนและใต้ ซึ่งเป็นชาวทะเล ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวแบบนาดำและจับปลา และอยู่กันเป็นเผ่าบันทึกประวัติศาสตร์ยุคหลังของเวียดนามเรียกยุคนี้ว่าอาณาจักรวันลาง มีผู้นำปกครองสืบต่อกันหลายร้อยปีเรียกว่า กษัตริย์หุ่ง แต่ถือเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ เวียดนามเริ่มเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์หลังชนเผ่าถุก จากตอนใต้ของจีนเข้ารุกรานและยึดครองดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำแดง จากนั้นไม่นานจักรพรรดิจิ๋นซ๊ซึ่งเริ่มรวมดินแดนจีนสร้างจักรวรรดิหนึ่งเดียว ได้ยกทัพลงมาและทำลายอาณาจักรของพวกถุกได้ ก่อนผนวกดินแดนลุ่มแม่น้ำแดงทั้งหมด ให้ขึ้นตรงต่อศูนย์กลางการปกครองหนานไห่ ที่เมืองพานอวี่หรือกว่างโจวในมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน หลังสิ้นสุดราชวงศ์ฉิน ข้าหลวงหนานไห่คือจ้าวถัว ประกาศตั้งหนานไห่เป็นอาณาจักรอิสระ ชื่อว่า หนานเยว่ หรือนามเหวียต ในสำเนียงเวียดนามซึ่งเป็นที่มาของชื่อเวียดนามในปัจจุบัน ก่อน กองทัพฮั่นเข้ายึดอาณาจักรนามเหวียด ได้ในปี พ.ศ. 585 และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจีน ใช้ชื่อว่าเจียวจื้อ ขยายอาณาเขตลงใต้ถึงบริเวณเมืองดานังในปัจจุบัน และส่งข้าหลวงปกครองระดับสูงมาประจำ เป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนนำวัฒนธรรมจีนทางด้านต่างๆ ไปเผยเเพร่ที่ดินเเดนเเห่งนี้ พร้อมเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทรัพยากรจากชาวพื้นเมืองหรือชาวเวียดนามจนนำไปสู่การต่อต้านอย่างรุนเเรงหลายครั้งเช่น วีรสตรีในนาม ฮายบาจึง ได้นำกองกำลังต่อต้านการปกครองของจีน เเต่ปราชัยในอีก 3 ปีต่อมาและตกเป็นส่วนหนึ่งของจีน นักโทษปัญญาชนชาวจีนนามว่า หลีโบน ร่วมมือกับปัญญาชนชาวเวียดนามร่วมทำการปฏิวัติ ก่อตั้งราชวงค์หลี ขนานนามเเคว้นว่า วันซวน เเต่พ่ายแพ้ในที่สุด การปกครองของจีนในเวียดนามขาดตอนเป็นระยะตามสถานการณ์ในจีนเอง ซึ่งเป็นโอกาสให้ชาวพื้นเมืองในเวียดนามตั้งตนเป็นอิสระ ในช่วงเวลาที่เวียดนามอยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์ถาง พุทธศาสนาเริ่มเข้าสู้เวียดนาม เมืองต้าหลอหรือฮานอย เป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์กลางการค้าการเดินทางของชาวจีนและอินเดีย พระสงฆ์และนักบวชในลัทธิเต๋าจากจีนเดินทางเข้ามาอาศัยในดินแดนนี้ ต่อมาราชวงศ์ถางได้เปลี่ยนชื่อเขตปกครองนี้ใหม่ว่า อันหนาน (หรืออันนัม ในสำเนียงเวียดนาม) หลังปราบกบฎชาวพื้นเมืองได้ แต่ถือเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จีนครอบครองดินแดนแห่งนี้

วัฒนธรรมและประชากรประเทศเวียดนาม

จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2542 ประเทศเวียดนามมีประชากรถึง 80% ที่ถือว่าตนเองไม่มีศาสนา ที่เหลือนั้นนับถือ ลัทธิขงจื้อ เต๋า พุทธมหายาน โรมันคาทอลิก โปรแตสเตนท์ และ อื่นๆ แต่ก็มีชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นชาวจาม ประชากรมีจำนวน 84.23 ล้านคน ความหนาแน่นโดยเฉลี่ย 253 คน : ตารางกิโลเมตร เวียด 80% เขมร 10 %(บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศ)ต่าย 1.9% ไท 1.74% เหมื่อง 1.49% ฮั้ว(จีน) 1.13% นุง 1.12% ม้ง 1.03%

สภาพภูมิอากาศประเทศเวียดนาม

เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเปิดโล่งรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้มีโอกาสรับลมมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน จึงมีฝนตกชุกในฤดูหนาว สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง (ฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประเทศที่มีความชื้นประมาณ 84 % ตลอดปี มีปริมาณฝน จาก 120 ถึง 300 เซนติเมตร (47 ถึง 118 นิ้ว) และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 5°C (41°F) ถึง 37°C (99°F)

ภาษาเวียดนาม

การสื่อสารใช้ภาษาเวียดนาม ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2463 วงการวิชาการเวียดนามได้ลงประชามติที่จะใช้ตัวอักษรโรมัน (quoc ngu) แทนตัวอักษรจีน (Chu Nom) ในการเขียนภาษาเวียดนาม

สกุลเงินเวียดนาม

ด่อง (₫) (VND)เงินตรา/อัตราแลกเปลี่ยน สกุลด่อง (Dong) ประมาณ 15,400 ด่อง / 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 360 ด่อง/1 บาท

ลำดับสมัยต่างๆของเวียดนาม
 
   
ราชวงศ์โง

พ.ศ. 1498-1510 ราชวงศ์โง
หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถังของจีน นายพลโงเกวี่ยนผู้นำท้องถิ่นในเขตเมืองฮวาลือ ทางใต้ของลุ่มแม่น้ำแดง ขับไล่ชาวจีนได้ เเล้วจึงก่อตั้งราชวงศ์โงเปลี่ยนชื่อประเทศว่า ไดเวียด หลังจากจักรพรรดิสวรรคต อาณาจักรแตกแยกออกเป็น 12 เเคว้น มีผู้นำของตนไม่ขึ้นต่อกัน

 
 
   
ราชวงศ์ดิงห์

พ.ศ. 1511-1523 ราชวงศ์ดิงห์
ขุนศึกดิงห์โบะหลิง แม่ทัพของราชวงศ์โง สามารถรวบรวม เเคว้นต่างๆเข้าด้วยกัน เปลียนชื่อประเทศเป็นไดโกเวียดเริ่ม สร้างระบบการปกครอง แบบจีนมากกว่ายุคก่อนหน้า และตั้งตนเป็น จักรพรรดิดิงห์เตียน หรือ ดิงห์เตียนหว่าง เสมือนจักรพรรดิจิ๋นซีผู้รวมจีน ถือเป็นการเริ่มใช้ตำแหน่งจักรพรรดิหรือ หว่างเด๋ ในเวียดนามเป็นครั้งแรก

 
 
   
ราชวงศ์เตี่ยนเล

พ.ศ. 1524-1552 ราชวงศ์เตี่ยนเลหรือเลยุคแรก
มเหสีของจักรพรรดิดิงห์โบะหลิง ขับไล่รัชทายาทราชวงศ์ดิงห์ สถาปนาพระสวามีใหม่ขุนศึกเลหว่านเป็นจักรพรรดิเลด่ายแห่ง พยายามสร้างความมั่นคง ด้วยการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับราชวงศ์ซ่งของจีนและปราบปราม กบฎภายในแต่ไม่รอดพ้น การรัฐประหารสมัยนี้พุทธศาสนาและลัทธิเต๋ารุ่งเรืองมากและ ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาในหมู่ชนชั้นสูงมาก

 
 
   
ราชวงศ์หลี

พ.ศ. 1552-1768 ราชวงศ์หลี
หลี กง อ่วนถูกช่วยเหลือโดยพระภิกษุรูปหนึ่ง ให้มีอำนาจในราชสำนัก ฮวาลือ เมื่อขึ้นครองราชย์ ทรงย้ายเมืองหลวงไปที่ ทังลอง(ฮานอย) ทรงสร้างวัดขึ้น 150 เเห่ง ในปี 1070 นำระบบการสอบจอหงวนมาใช้ ก่อตั้งมหาวิทยาลัย วันเหมียว ให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีขงจื้อ เพื่อ สอบเข้ารับราชการในระบบจอหงวน แต่ขุนนางยังมีจำนวนน้อย ส่วน หนึ่งเป็นเชื้อสายผู้มีอิทธิพลในหัวเมือง ต่อมาทรงพระนามว่า หลีไถโต๋ สมัยหลีเป็นสมัยที่พุทธศาสนามีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครองและ สังคมมาก ที่ปรึกษาราชการในบางสมัยเป็นพระสงฆ์ จักรพรรดิราชวงศ์หลีช่วงหลังสร้างวัดขนาดใหญ่ขุ้นหลายแห่ง และ สละราชสมบัติออกผนวช เป็นสาเหตุให้การบริหารราชการเริ่มตกอยู่ ในอำนาจของเครือญาติ พระชายามาจากตระกูลที่มั่งคั่งในหัวเมือง ผู้ปกครององค์สุดท้ายเป็น เด็กหญิงที่ได้รับการตั้งเป็นจักรพรรดินี พระนามว่าหลีเจี่ยว การบริหารราชการตกอยู่ในอำนาจของญาติวงศ์พระชนนีซึ่งเป็นขุนศึก มีกองกำลังทหารอยู่ในมือ เช่นเจิ่นถูโดะ ซึ่งก่อรัฐประหารยึดอำนาจจาก ราชวงศ์หลีในที่สุด

 
 
   
ราชวงศ์เจิ่น

พ.ศ. 1768-1943 ราชวงศ์เจิ่น
เจิ่นถูโดะ ราชองครักษ์ ญาติของพระชายาจักรพรรดิก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจท่ามกลางสถานการณ์กบฎและการรุกรานจากข้าศึกต่างชาติ จากนั้นได้อภิเษกสมรสกับพระนางเจียว ฮว่าง จักรพรรดินีองศ์สุดท้าย ของราชวงศ์หลี แล้วยกหลานคือ เจิ่นแก๋งขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกของ ราชวงศ์เจิ่น สมัยเจิ่นเวียดนามต้องเผชิญกับศึกสงครามโดยตลอด ที่ร้ายแรงที่สุดคือการรุกรานจากพวกมองโกลและจัมปา สมัยเจิ่นเริ่มให้ความสำคัญกับอารยธรรมจีนมากกว่ายุคก่อนหน้าโดย เฉพาะด้านภูมิปัญญาและอักษรศาสตร์ รวมถึงการบริหารราชการแบบ จีน ในสมัยนี้มีการประมวลพงศาวดารชาติเป็นครั้งแรก ชื่อว่า ด่าย เหวียตสือกี๋ หรือ บันทึกประวัติศาสตร์มหาอาณาจักรเวียด โดยราช บัณฑิต เลวันฮึว นอกจากนี้ยังเริ่มมีการประดิษฐ์อักษรของเวียดนาม ที่เรยกว่า อักษรโนม ขึ้นเป็นครั้งแรก

 
 
   
ราชวงศ์โห่

พ.ศ. 1943-1971 ราชวงศ์โห่
โห่กุ๋ยหลี ญาติของพระชายาจักรพรรดิราชวงศ์เจิ่น สร้างฐานอำนาจของตนด้วยการเป็นแม่ทัพทำศึกกับพวกจามทางใต้ ต่อมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากจักรพรรดิราชวงศ์เจิ่นและพยายาม กำจัดเชื้อสายราชวงศ์ที่หลงเหลืออยู่ จากนั้นขึ้นครองราชย์ ตั้งทายาท ของตนเป็นจักรพรรดิต่อมา ราชนิกูลราชวงศ์เจิ่นได้ขอความช่วยเหลือ ไปยังจีน ทำให้จีนส่งกองทัพเข้ามาล้มล้างราชวงศ์โห่ แต่สุดท้ายก็ไม่ มอบอำนาจให้แก่ราชวงศ์เจิ่น และยึดครองเวียดนามแทนที่ การกู้เอกราช และก่อตั้งราชวงศ์เล (ยุคหลัง)พ.ศ. 1971-2331 พ.ศ. 1961 เล่เหล่ย ชาวเมืองแทงหวา ทางใต้ของฮานอย ได้รวบรวมสมัครพรรคพวกตั้งตนขึ้น เป็นผู้นำ ประกาศขับไล่จีนออกจากเวียดนาม กองกำลังของเลเหล่ยเริ่มโจมตีกองทหารจีนที่ประจำอยู่ในเวียดนามจน ถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำแดงและเมืองฮานอย การรบดำเนินไปโดยที่จีนไม่ สามารถปราบปรามกองกำลังของเลเหล่ ได้ ในที่สุดกองทัพใหญ่ของจีนก็แตกพ่าย จีนและเลเหล่ยสงบศึก ฝ่ายจีนยินยอมถอนทัพไปจากเวียดนามซึ่งอาบน้ำยาอยู่ในโลงแก้วเพื่อ ให้ผู้คนที่เข้ามาชมได้รู้จักผู้นำที่มีความ แข็งแกร่ง ทั้งที่นี่เป็นการกระทำ ซึ่งขัดต่อความต้องการของโฮจิมินห์ เพราะท่านต้องการให้เผาร่างเมื่อ ตายลง สำหรับห้องนี้ไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายรูป วีดีโอ โทรศัพท์ หรือ กระเป๋าทุกชนิดเข้าไปโดยเด็ดขาด

 
 
   
เลเหล่ย

พ.ศ. 1971 เลเหล่ย
เลเหล่ยตั้งราชนิกูลราชวงศ์เจิ่นเจิ่นกาวขึ้นสืบทอดราชวงศ์เจิ่นระยะ หนึ่งก่อนปลดออกจากตำแหน่ง แล้วขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่สถาปนาราชวงศ์เลขึ้นใน ที่สุดมีราชธานีที่ฮานอยหรือทังลอง และราชธานีอีกแห่งคือที่เมืองแทงหวาหรือ ราชธานีตะวันตก ซึ่งเป็น ถิ่นฐานเดิม ของเลเหล่ยและตระกูลเล ต่อมาเลเหล่ยได้รับการถวายพระนามว่าเล ไถโต๋ราชวงศ์เลช่วงแรกเป็น ช่วงสร้างความมั่นคงและฟื้นฟูประเทศในทุกด้านโดยเฉพาะในสมัยเล ไถโต๋หรือเลเหล่ยอาทิการ สร้างระบบราชการจัดสอบคัดเลือกขุนนางแบ่งเขตการปกครองใหม่ฟื้น ฟูการเกษตร รวมถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนทำให้เวียดนามเข้า สู่ยุคสงบสุขปลอด จากสงครามอีกครั้ง หลังสมัยเลเหล่ยเริ่มเกิดความขัดแย้งระหว่างขุนนาง พลเรือนกับบรรดา ขุนศึกที่ร่วมทัพกับเลเหล่ย ในการสู้รบกับจีนและทายาทขุนศึกที่ ได้รับสถานะภาพพิเศษเสมอราชน แบ่งพวก ในหมู่ข้าราชสำนัก นำไปสู่การรัฐประหารครั้งแรก ของราชวงศ์เลในพ.ศ. 2002 มีการประหารพระชนนีและจักรพรรดิขณะนั้น อย่างไรก็ตามราชนิกูล

ผู้นำรัฐประหาร องค์ชายงีเซิน ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 8เดือนก็ถูกกลุ่มขุนศึกปลดและสังหาร ไปในที่สุดและหันไปสนับสนุนให้ราชนิกูลอีกพระองค์หนึ่งมาเป็นจักรพรรดิแทนต่อมาคือจักรพรรดิเลแถงตง (พ.ศ.2003-2040) รัชกาลจักรพรรดิเลแถงตงถือว่ายาวนานและรุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเวียดนามมี การปฏิรูปประเทศหลายด้านโดยยึดรูปแบบจีนมากกว่าเดิมทั้งระบบการสอบรับราชการที่จัดสอบครบสาม ระดับตั้งแต่อำเภอจนถึงราชธานี จำนวนขุนนางเพิ่มขึ้นทวีคูณและทำให้ระบบราชการขยายตัวมากกว่ายุคสมัยก่อนหน้า นอกจากนั้นยังมีการ ประมวลกฎหมายใหม่ที่เรียกว่า ก๊วกเจี่ยวหิ่งหลวต หรือประมวลหลักอาญาของชาติ หรือเรียกกันทั่วไปว่า ประมวลกฎหมายโห่งดึ๊ก ตามชื่อ รัชสมัยของพระองค์แบบจีน ซึ่ง คัดสรรหลักกฎหมายตามแบบจีนสมัยราชวงศ์ถาง ซ่งและหมิงส่วนหนึ่งแต่เพิ่มเสริมด้วยเนื้อหาที่สอดคล้อง กับสภาพของเวียดนาม นอกจาก นั้นยังมีการประมวลประวัติศาสตร์ชาติเสริมต่อจากงานเดิม ได้ชื่อใหม่ว่า ด่ายเหวียตสือกี๋ตว่านทือ หรือบัน ทึกประวัติศาสตร์มหาอาณาจักร เวียดฉบับสมบูรณ์ จักรพรรดิเลแถงตงทรงแสดงพระองค์เป็นผู้นำที่มีเมตตาต่อประชาชนมีพระปรีชาทางภูมิ ปัญญาทรงยึดมั่นคำสอนของ สำนักขงจื๊อและต้องการสร้างประเทศให้เป็นสังคมอุดมคติ คือสงบสุขมั่นคง เป็นผู้นำอารยธรรมประชาชนมีการศึกษาและมีคุณธรรมพระองค์ ทรงสร้างเวียดนามให้เป็นมหาอำนาจและเป็นศูนย์กลางด้วยการทำสงครามกับเพื่อนบ้านที่มักขัดแย้งกับเวียด นามคือจัมปาและลาว อิทธิพล ของเวียดนามรับรู้ไปจนถึงหัวเมืองเผ่าไทในจีนตอนใต้และล้านนา หลังรัชกาลนี้ราชวงศ์เลเริ่มประสบปัญหา ความขัดแย้งในหมู่ขุนนาง เชื้อ พระวงศ์ ปัญหาเศรษฐกิจจนที่สุดก็ถูกรัฐประหารโดยขุนศึกหมักดังซุง ในพ.ศ. 2071 เชื้อพระวงศ์ราชวงศ์เล หลบหนีด้วยการช่วยเหลือของ ขุนศึกตระกูลเหงวียนและจิ่งที่มีอิทธิพลในราชสำนักมาแต่แรกเข้าไปหลบซ่อนบริเวณชายแดนติดต่อกับลาว และต่อมาจึงกลับเข้ามาย้ายราช สำนักไปอยู่ที่เมืองแทงหวา ราชวงศ์เลเริ่มการฟื้นฟูกอบกู้อำนาจคืนโดยมีแม่ทัพเป็นคนตระกูลเหงวียนและจิ่ง ทำสงครามกับราชวงศ์หมัก จนถึง พ.ศ. 2136 จึงสามารถยึดเมืองทังลองคืนได้และฟื้นฟูราชวงศ์เลปกครองเวียดนามต่อไป ยุคแตกแยกเหนือ-ใต้ หลังการฟื้นฟูราชวงศ์เลขึ้นได้ ขุนศึกตระกูลจิ่งตั้งตนเป็นผู้สำเร็จราชการและบีบให้ขุนศึกตระกูลเหงวียนไปปกครองเขตชายแดนใต้บริเวณ เมืองด่งเหยลงไปถึงบริเวณเมือง ดานังในปัจจุบัน ขุนศึกตระกูลจิ่งตั้งตนเป็น เจ้าสืบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในตระกูลของตนเองขุนศึกตระกูลเหงวียนจึงประกาศไม่ยอมรับการ ปกครองของตระกูลจิ่งจนเกิดสงครามครั้งใหม่ต่อมาอีกหลายสิบปี เวียดนามแบ่งแยกเป็นสองส่วน ส่วนเหนืออยู่ในการปกครองของราชวงศ์์เล และเจ้าตระกูลจิ่ง มีศูนย์กลางที่ทังลอง ส่วนใต้ตระกูลเหงวียนปกครอง มีศุนย์กลางที่เมืองฝูซวนหรือเว้ ในปัจจุบัน

 
 
   
เตยเซิน

ยุคเตยเซิน พ.ศ. 2316
เกิดกบฎนำโดยชาวนาสามพี่น้องที่หมู่บ้านเตยเซินขึ้นใน เขตเมืองบิ่งดิ่ง เขตปกครองของตระกูลเหงวียน และสามารถยึดเมืองฝูซวนได้ เชื้อสายตระกูลเหงวียนหลบหนีลงใต้ออกจากเวียดนามไป จนถึงกรุงเทพ ฯ ก่อนกลับมารวบรวมกำลังเอาชนะพวกเตย เซินได้ เหงวียนเหวะ ผู้นำของพวกเตยเซิน ตั้งตนเป็นจักร พรรดิกวางจุง หลังยึดทังลองได้ แต่จักรพรรดิราชวงศ์เลไม่ ยอมรับ และหนีไปขอความช่วยเหลือยังจีน ต่อมาจีนจึงส่งกองทัพเข้ามาตามคำร้องขอแต่ต้องพ่ายแพ้ แก่ฝ่ายเวียดนาม ยุคสมัยของเตยเซินกินระยะเวลาเพียง 14 ปี ต้องเผชิญกับการต่อต้านทั้งภายในเวียดนามและต่างชาติ ทั้งจีนและกองกำลังจากสยาม ฝรั่งเศสและสเปน ที่ช่วยเหลือเจ้าตระกูลเหงวียน สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้แก่กองกำลังขององค์ชายเหงวียนแอ๋ง ผู้นำตระกูลเหงวียน ซึ่งตั้งตนเป็น จักรพรรดิองค์ใหม่แห่งราช วงศ์เหงวียน ในพ.ศ. 2345 สถาปนาราชธานีใหม่ที่เมืองเว้ แทนที่ทังลอง ซึ่งถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ฮานอย

 
 
   
ราชวงศ์เหงวียน

ราชวงศ์เหงวียน (พ.ศ. 2345-2488)
องค์ชายเหงวียนแอ๋งหรือจักรพรรดิยาลองจักรพรรดิพระองค์แรก ของราชวงศ์เหงวียน เริ่มฟื้นฟูประเทศ เวียดนามมีอาณาเขตใกล้เคียงกับปัจจุบัน ดินแดนภาคใต้ขยายไปถึงปากแม่น้ำโขงและชายฝั่งอ่าวไทย ทรงรักษาสัมพันธ์กับชาวตะวันตกโดยเฉพาะฝรั่งเศสที่ช่วยรบ กับพวกเตยเซิน นายช่างฝรั่งเศสช่วยออกแบบพระราชวังที่เว้ และป้อมปราการ เมืองไซ่ง่อน ราชวงศ์เหงวียนรุ่งเรืองที่สุดในสมัยจักรพรรดิมินหมั่ง จักรพรรดิองค์ที่สอง ทรงเปลี่ยน ชื่อประเทศเป็น ด่ายนาม ขยายแสนานุภาพไปยังลาวและกัมพูชา ผนวกกัมพูชาฝั่งตะวัน ออก ทำสงครามกับสยามต่อเนื่องเกือบยี่สิบปีแต่ภายหลังต้องถอน ตัวจากกัมพูชา หลังถูกชาวกัมพูชาต่อต้านอย่างรุนแรงสมัยนี้เวียดนามเริ่มใช้ นโยบายต่อต้านการเผย แพร่ คริสต์ศาสนาของบาทหลวง ชาวตะวันตก มีการจับกุมและประหารบาทหลวงชาวตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชาวเวียดนามที่นับถือคริสต์ศาสนา จนถึงรัชกาลจักรพรรดิ องค์ที่ 4 คือจักรพรรดิ ตึดึ๊ก ทรงต่อต้านชาวคริสต์อย่างรุนแรงต่อไปจนในที่สุดบาทหลวงชาว ฝรั่งเศสขอความ ช่วยเหลือ จากรัฐบาลของตนให้ช่วยคุ้มครอง พ.ศ. 2401

เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาถึงน่านน้ำเมืองดานัง (หรือตูราน) ฐานทัพเรือใกล้เมืองหลวงเว้ นำไปสู่การสู้รบกันของทั้งฝ่าย กองทัพเรือเวียดนามถูกทำลายเกือบทั้งหมด ต่อมากองกำลังฝรั่งเศสบุกโจมตีดินแดนภาคใต้ จักรพรรดิตึดึ๊กยอมสงบศึกและมอบดินแดนภาคใต้ 6 จังหวัดให้แก่ฝรั่งเศส ชาวเวียดนามเริ่มต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศสแต่ไม่อาจต่อสู้กับแสนยานุภาพ ที่เหนือกว่าได้ จนในปี 2428 จักรพรรดิห่ามงี นำการต่อต้านฝรั่งเศสแต่ต้องพ่ายแพ้กองทหารฝรั่งเศสยึดพระราชวังและกรุงเว้ได้ จักรพรรดิเสด็จหนีแต่ถูกจับได้และถูกเนรเทศไปยังแอลจีเรียฝรั่งเศสจึงเข้าควบคุมเวียดนามอย่างจริงจังมากขึ้นและแบ่งเวียดนามเป็น3ส่วนคืออาณานิคมโคชินจีนในภาคใต้เขตอารักขาอันนามในตอนกลางและเขตอารักขาตังเกี๋ยในภาคเหนือเวียดนามยังมีจักรพรรดิเช่นเดิมแต่ต้องผ่านการร่วมคัดเลือกโดยข้าหลวงฝรั่งเศสและมีฐานะเป็นสัญลักษณ์อำนาจในการบริหารการคลังการทหารและการทูตสูงสุดเป็นของฝรั่งเศสถือว่าเวียดนามสิ้นสุดฐานะเอกราชนับแต่นั้น ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสแสวงหาผลประโยชน์จากการปกครองเวียดนามทางด้านเศรษฐกิจเวียดนามเป็นแหล่งปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจใหม่ๆเช่นกาแฟและยางพาราส่งออกไปยังฝรั่งเศสและเป็นวัตถุดิบแก่โรงงานในฝรั่งเศสที่ดินในเวียดนามตกเป็นของชาวฝรั่งเศสจำนวนมากชาวฝรั่งเศสเริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเวียดนามขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศสให้แพร่หลายในเวียดนามชาวเวียดนามส่วนหนึ่งได้รับการศึกษาแบบใหม่และเริ่มต้องการอิสระในการทำงาน และมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ นำไปสู่การก่อตัวของกลุ่มชาตินิยมต่าง ๆ ที่เข้มแข็งที่สุดคือพรรคคอมมิวนิสต์ที่ตั้งขึ้นโดยโฮจิมินห์ ในปี 2473 และต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นกลุ่มเวียดมินห์ได้นำชาวนาก่อการต่อต้านฝรั่งเศสในชนบทพ.ศ.2488โฮจิมินห์รับมอบอำนาจจากจักรพรรดิบ๋าวได่และรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกแต่หลังจากนั้นฝรั่งเศสกลับเข้ามาขับไล่รัฐบาลของโฮจิมินห์และไม่ยอมรับเอกราชของเวียดนามนำไปสู่สงครามจนในที่สุดฝรั่งเศสพ่ายแพ้แก่กองกำลังเวียดมินห์ที่ค่ายเดียนเบียนฟูในปี2497และมีการทำสนธิสัญญาเจนีวายอมรับเอกราชของเวียดนามแต่สหรัฐอเมริกาและชาวเวียดนามในภาคใต้บางส่วนไม่ต้องการรวมตัวกับรัฐบาลของโฮจิมินห์ต่อมาได้ก่อตั้งดินแดนเวียดนามภาคใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งคือสาธารณรัฐเวียดนามหรือเวียดนามใต้มีเมืองหลวงคือไซ่ง่อนใช้เส้นละติจูดที่17องศาเหนือแบ่งแยกกับเวียดนามส่วนเหนือใต้การปกครองของโฮจิมินห์(เวียดนามเหนือ)สงครามเวียดนามเวียดนามเหนือไม่ยอมรับสถานภาพของเวียดนามใต้ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้ให้การช่วยเหลือทางทหารแก่เวียดนามใต้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งทหารมาประจำในเวียดนามใต้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เวียดนามเหนือประกาศทำสงครามเพื่อขับไล่และ "ปลดปล่อย" เวียดนามใต้จากสหรัฐอเมริกาและรวมเข้าเป็นประเทศเดียวกัน พร้อมให้การสนับสนุนกลุ่มชาวเวียดนามใต้ที่ต่อต้านสหรัฐอเมริกา (เวียดกง)ในการทำสงคราม การรบส่วนใหญ่กลายเป็นการรบระหว่างทหารอเมริกันและพันธมิตรจากต่างประเทศ กับกองกำลังเวียดกงและเวียดนามเหนือ ทั้งในชนบทและการโจมตีในเมือง แม้สหรัฐอเมริกาได้ทุ่มเทแสนยานุภาพอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่อาจให้สงครามยุติลงได้หลังการรุกโจมตีครั้งใหญ่ของเวียดนามเหนือและเวียดกงในปี2511ที่เมืองเว้และเมืองหลักอื่นๆในเวียดนามใต้สหรัฐอเมริกาเริ่มเตรียมการถอนกำลังจากเวียดนามใต้และให้เวียดนามใต้ทำสงครามโดยลำพังสหรัฐอเมริกาถอนทหารจากเวียดนามใต้อย่างเป็นทางการในปี2516กองกำลังเวียดนามเหนือและเวียดกงจึงสามารถรุกเข้ายึดไซ่ง่อนและเวียดนามใต้ได้ทั้งหมดในปี เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาถึงน่านน้ำเมืองดานัง (หรือตูราน) ฐานทัพเรือใกล้เมืองหลวงเว้ นำไปสู่การสู้รบกันของทั้งฝ่าย กองทัพเรือเวียดนามถูกทำลายเกือบทั้งหมด ต่อมากองกำลังฝรั่งเศสบุกโจมตีดินแดนภาคใต้ จักรพรรดิตึดึ๊กยอมสงบศึกและมอบดินแดนภาคใต้ 6 จังหวัดให้แก่ฝรั่งเศส 2518 การรวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันเกิดขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคม 2519 และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นับแต่นั้น
ทัวร์เวียดนาม เที่ยวเวียดนาม ประเทศเวียดนาม
อ้างอิง: วิกีพีเดียสารานุกรมเสรี

ข้อมูลการท่องเที่ยว

qetour | สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม,สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม,ท่องเที่ยวเวียดนาม,เที่ยวประเทศเวียดนาม,การ ท่องเที่ยว เวียดนาม,แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศเวียดนาม,ข้อมูลท่องเที่ยว เวียดนาม,ข้อมูลเที่ยวเวียดนาม,ข้อมูล การ ท่องเที่ยว เวียดนาม,ประเทศเวียดนาม

qetour | สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม,สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม,สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม,ท่องเที่ยวเวียดนาม,เที่ยวประเทศเวียดนาม,การ ท่องเที่ยว เวียดนาม,แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศเวียดนาม,ข้อมูลท่องเที่ยว เวียดนาม,ข้อมูลเที่ยวเวียดนาม,ข้อมูล การ ท่องเที่ยว เวียดนาม,ประเทศเวียดนาม

บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด
ใบอนุญาตท่องเที่ยวเลขที่: 11/02024
สำนักงานใหญ่ ลาดพร้าว
เลขที่ 1111/30-31 ชั้น 1-2 หมู่บ้านกลางเมืองลาดพร้าว
ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900
Tel : 02-511-3000 Fax : 02-511-0099
ticketing@qetour.com (สอบถามเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน)
tour@qetour.com (สอบถามทัวร์)
ดูข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม +

ผู้สนับสนุน | ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
เพิ่มเพื่อน
Google bot last visit - ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม | Page Rank Check - ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม | Yahoo bot last visit ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม รวมแหล่งท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม